Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

10 กิจกรรมน่าทำในย่านคิชิโจจิที่โตเกียว เที่ยวสวน ชมพิพิธภัณฑ์ กินดื่ม ช้อปปิ้ง (Kichijoji)

10 กิจกรรมน่าทำในย่านคิชิโจจิที่โตเกียว เที่ยวสวน ชมพิพิธภัณฑ์ กินดื่ม ช้อปปิ้ง (Kichijoji)

คิจิโจจิ 2018.10.09

ย่านคิชิโจจิ (Kichijoji) ในโตเกียวมักติดอันดับต้นๆ ของ "การจัดลำดับเมืองน่าอยู่" เสมอ นอกจากสวนอิโนะคาชิระซึ่งเป็นสัญลักษณ์แล้วยังมีร้านกาแฟและร้านค้าเก๋ๆ มากมาย คราวนี้เราคัดสรร 10 กิจกรรมน่าทำที่คิชิโจจิมาแนะนำกันค่ะ!

แปลโดย Phi

เขียนโดย 五月女菜穂

Pin LINE

คิชิโจจิ ย่านที่คึกคักตลอดปี

ย่านคิชิโจจิ (Kichijoji) ตั้งอยู่ในโตเกียว เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมและมักจะติดอันดับต้นๆ ของ "การจัดลำดับเมืองน่าอยู่" ที่จัดโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในทุกปี

สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park) ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสถานีคิชิโจจินั้นเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้เลยล่ะค่ะ สวนแห่งนี้เปิดมาครบ 100 ปีพอดีในปี 2017 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิจะมีผู้คนมาชมดอกซากุระกันอย่างคึกคัก ย่านนี้ยังเต็มไปด้วยร้านกาแฟเก๋ๆ และร้านขายของกระจุกกระจิก เดินๆ ไปต้องเจอร้านที่ถูกใจซักร้านแน่นอน

อันที่จริงแล้วผู้เรียบเรียงบทความนี้เกิดที่คิชิโจจิค่ะ ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้งกับที่บ้านหรือไปเดินเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็มักจะมาที่คิชิโจจิซะมาก บทความนี้จึงเป็นการคัดสรรสถานที่ที่อยากให้แวะมาถ้าได้มาเที่ยวคิชิโจจิค่ะ

1. ล่องเรือในสวนอิโนะคาชิระ

吉祥寺

สวนสาธารณะอิโนะคาชิระอนชิ (Inokashira Onshi Municipal Park) มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าสวนอิโนะคาชิระ เดินจากสถานี JR อิโนะคาชิระเพียง 5 นาทีเท่านั้น เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าร่มรื่น เป็นที่ชื่นชอบของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นค่ะ

เราสามารถมาปั่นเรือหงส์ได้ที่สระอิโนะคาชิระภายในสวน พอถึงวันหยุดสวนแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยครอบครัวและคู่รัก นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ เวทีกลางแจ้ง และร้านกาแฟอีกด้วย สามารถใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่นี่ได้แบบสบายๆ เลยค่ะ ตัวผู้เขียนเองก็มาชมดอกซากุระที่สวนอิโนะคาชิระทุกปีเช่นกัน เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจดีค่ะ

สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Onshi Municipal Park)
ที่ตั้ง : 1-18-31 Gotenyama, Musashino, Tokyo (Information Center) Google Maps
การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานี JR คิชิโจจิ ทางออก South Exit หรือ Park Exit, เดิน 1 นาทีจากสถานีอิโนะคาชิระโคเอ็น (Inokashira-koen Station) สายเคโออิโนะคาชิระ (Keio Inokashira)
เว็บไซต์ทางการ : https://www.tokyo-park.or.jp/park/format/index044.html#googtrans(en) (ภาษาอังกฤษ)

2. แวะไปนั่งดื่มที่ตรอกฮาร์โมนิก้า

吉祥寺

จาก ตรอกฮาร์โมนิก้าแลนด์มาร์คประจําย่านคิชิโจจิ แหล่งรวมความบันเทิงที่สนุกจนลืมเวลา!

เดิน 1 นาทีจากทางออกทิศเหนือ (North exit) ของสถานีคิชิโจจิ เราก็จะมาพบกับตรอกฮาร์โมนิก้า (Harmonica Alley) ภายในทางเดินแคบๆ นี้มีร้านรวงเรียงรายกันเป็นตับ ดูเหมือนรูเป่าลมของฮาร์โมนิก้า เลยถูกเรียกว่าตรอกฮาร์โมนิก้านั่นเอง

ภายในตรอกนี้มีร้านกินดื่มเก๋ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากมาย ไม่ว่าจะร้านอาหารและบาร์เก่าแก่อย่าง Harmonica Kitchen ร้านที่เน้นอาหารจำพวกปลาและสาเกญี่ปุ่นอย่าง Eihire (เอฮิเระ) หรือร้านไก่ย่าง Poyo หากมาเดินเล่นในช่วงเที่ยงก็เป็นสถานที่ที่น่าสนุกเช่นกัน แต่พอตกกลางคืนก็จะเริ่มคึกคักขึ้น อาจให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนละเมืองกันเลยก็ได้ มาตระเวนชิมสาเกหลายๆ ร้านกันค่ะ

ตรอกฮาร์โมนิก้า
ที่ตั้ง : 1 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 1 นาทีจากทางออก North Exit สถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://hamoyoko.jp/hamonika_kichijoji/ (ภาษาญี่ปุ่น)

3. สัมผัสโลกของจิบลิที่พิพิธภัณฑ์จิบลิ

吉祥寺

จาก ย้อนวัยเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการที่ พิพิธภัณฑ์จิบลิ มิทากะ

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนสามารถดื่มด่ำไปกับโลกของสตูดิโอจิบลิซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในระดับโลก

นอกจากจะมีส่วนจัดแสดงฉากและตัวละครจากอนิเมชั่นเรื่องดังเช่น Tonari no Totoro และ LAPUTA : Castle in the Sky แล้ว ที่นี่ยังมีการจำลองสภาพห้องทำงานและขั้นตอนในการสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นด้วย ร้านกาแฟก็มีนะ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สนุกสนานไปด้วยกันได้ค่ะ

จุดที่อยากให้ระวังคือต้องซื้อบัตรล่วงหน้าแบบระบุวันเท่านั้น ไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมสำหรับวันนั้นๆ ค่ะ สำหรับวิธีการซื้อบัตรเข้าชมโดยละเอียดนั้นขอให้อ้างอิงจากบทความนี้นะคะ

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)
ที่ตั้ง : 1-1-83 (Inokashira Park-west side) Shimorenjaku, Mitaka, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดินประมาณ 15 นาทีจากทางออก South Exit ของสถานีมิทากะ (Mitaka Station) สายจูโอ (Chuo) ของ JR หรือใช้บริการรถบัสจากทางออก South Exit ของสถานีมิทากะไปยังพิพิธภัณฑ์ (มีค่าใช้จ่าย)
เว็บไซต์ทางการ : http://www.ghibli-museum.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)

4. ช้อปปิ้งที่ย่านการค้าซันโร้ด

吉祥寺

จาก 7 แหล่งช็อปปิ้งที่คิชิโจจิ เมืองน่าอยู่ที่สุดในญี่ปุ่น

ย่านการค้าซันโร้ดตั้งอยู่ติดกับทางออก North Exit ของสถานี JR คิชิโจจิ เป็นถนนเส้นหลักของคิชิโจจิเลยละค่ะ ที่นี่มีร้านค้าถึง 150 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านราเม็ง ร้านรองเท้า ร้านขายยา รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต คนท้องถิ่นเองก็แวะเวียนมาเป็นจำนวนมากค่ะ

นอกจากนี้ในย่านคิชิโจจิยังมีร้านค้าและศูนย์การค้าอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น atre Kichijoji หรือ Kirarina Keio Kichijoji ซึ่งเพิ่งเปิดทำการในปี 2014 ขาช้อปห้ามพลาดค่ะ

ย่านการค้าซันโร้ด (Sunroad Shopping Arcade)
ที่ตั้ง : 1 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 1 นาทีจากทางออก North Exit สถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.sun-road.or.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

5. ลิ้มรสยากิโทริ ไก่เสียบไม้ย่างที่ร้านอิเซยะ

吉祥寺

จาก Kichijoji-18 Shopping Places Including Stationery, Daily Goods, and Coffee Shops (ภาษาจีน)

หากพูดถึงยากิโทริร้านดังในย่านคิชิโจจิก็ต้องนึกถึงร้าน อิเซยะ (Iseya) ค่ะ ในย่านคิชิโจจิแห่งนี้มีด้วยกัน 3 ร้านเลยทีเดียว

ร้านอิเซยะสาขาใหญ่เดิมเป็นร้านขายเนื้อที่เริ่มกิจการเมื่อปี 1928 และเปิดทำการในอาคารสภาพเดิมอย่างนั้นมายาวนานจนมีการปรับปรุงตัวอาคารใหม่ในปี 2008 ค่ะ ส่วนร้านอิเซยะสาขาสวนสาธารณะซึ่งตั้งอยู่ข้างสวนอิโนะคาชิระนั้นมีถึง 350 ที่นั่ง แต่เพราะเป็นร้านดังจึงมีคนแน่นอยู่ตลอดเวลา

ยากิโทริซึ่งเป็นเมนูเด็ดของร้านราคาเพียงไม้ละ 90 เยนเท่านั้น ทานคู่กับเหล้าแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน เป็นร้านเก่าแก่ที่ถ้าอยากลองชิมยากิโทริก็อยากให้แวะมาให้ได้ค่ะ

ร้านอิเซยะสาขาใหญ่ (Isea Souhonten)
ที่ตั้ง : 1-2-1, Shimorenjaku, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากทางออก South Exit หรือ Koen Exit ของสถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.kichijoji-iseya.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

6. ลิ้มรสเมนจิคัตสึร้านคิชิโจจิ ซาโต้

吉祥寺

จาก Kichijoji-18 Shopping Places Including Stationery, Daily Goods, and Coffee Shops (ภาษาจีน)

ระหว่างที่เดินไปตามย่านการค้าในคิชิโจจิ คิดว่าจะต้องเห็นคนตั้งแถวยืนรออะไรสักอย่างกันอยู่ นั่นเป็นแถวรอซื้อเมนจิคัตสึทรงกลมแบบดั้งเดิม (ราคาชิ้นละ 240 เยน) ของร้านคิชิโจจิ ซาโต้ (Kichijjoji Sato) นั่นเอง ร้านนี้เป็นร้านขายเนื้อและอาหารทั่วไปค่ะ

เมนจิคัตสึ (*1) ทำจากเนื้อวัววากิวชั้นดี 100% อัดแน่นด้วยความอร่อยของเนื้อแบบเต็มปากเต็มคำ เป็นสินค้ายอดฮิตที่คนกลับมาซื้อกินกันบ่อยๆ ถ้าซื้อ 5 ชิ้นขึ้นไปจะลดราคาเหลือชิ้นละ 200 เยน แต่ในวันธรรมดาจำกัดจำนวนการซื้อคนละ 20 ชิ้น ส่วนวันเสาร์อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์จำกัดจำนวนการซื้อที่คนละ 10 ชิ้นค่ะ ลองซื้อเมนจิคัตสึไปทานระหว่างเดินเล่นดูนะคะ

*1 : เมนจิคัตสึ ... เนื้อบดผสมหัวหอมชุบเกล็ดขนมปังทอด

ร้านคิชิโจจิ ซาโต้ (Kichijjoji Sato)
ที่ตั้ง : 1-1-8 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 1 นาทีจากทางออก North Exit ของสถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.shop-satou.com/shop/kichijouji1/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)

7. ให้เหมียวช่วยเยียวยาจิตใจที่คาเฟ่แมว เทมาริ โนะ โออุจิ

吉祥寺

จาก ขอต้อนรับสู่โลกแห่งแมว "คาเฟ่แมว เทมาริ โนะ โออุจิ" ย่านคิชิโจจิ

ที่คาเฟ่แมวเทมาริ โนะ โอะอุจิ (Temari no O-uchi) แห่งนี้ เราจะสามารถเล่นกับแมวน่ารักๆ ได้ค่ะ บรรยากาศที่นี่เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในหนังสือนิทานเลยทีเดียว เนื่องจากไม่มีการจำกัดเวลาจึงสามารถใช้เวลาไปกับน้องแมวได้อย่างสบายๆ

ที่นี่มีขายเครื่องดื่มพิเศษของทางร้านและของหวานโฮมเมด คนที่ชอบแมวสามารถอยู่ได้ทั้งวันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีร้านอีกสาขาไม่ไกลกันชื่อ เทมาริ โนะ โอะชิโระ (Temari no O-shiro) เปิดให้บริการด้วย ลองไปดูกันนะคะ

และในย่านคิชิโจจิก็ยังมีคาเฟ่นกฮูก มุซาชิโนะคาเฟ่ & บาร์ ฟุคุโร โนะ ซาโตะ (MUSASHINO CAFE & BAR Owl Village ) ด้วยค่ะ

คาเฟ่แมว เทมาริโนะโอะอุจิ (CatCafe Temari no O-uchi)
ที่ตั้ง : ชั้น 3, 2-13-14, Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากทางออก North Exit ของสถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.temarinoouchi.com (ภาษาญี่ปุ่น)

8. ลิ้มรสอาหารจากมิโซะที่ซอยบีนฟาร์ม

吉祥寺

จาก ลิ้มรสอาหารตะวันตกฟิวชั่นกับมิโซะที่ร้าน SOYBEAN FARM คิชิโจจิ (Kichijoji)

หากจะพูดถึงเครื่องปรุงรสที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงมิโซะค่ะ ที่ร้านSOYBEAN FARM แห่งนี้มีมิโซะกว่า 30 ชนิดที่ผลิตจากทั่วประเทศญี่ปุ่น แบ่งขายตามน้ำหนักโดยเริ่มจาก 100 กรัม ต้องเจอมิโซะที่ชอบแน่นอนค่ะ

นอกจากนี้ภายในยังมีร้านอาหารที่เราสามารถชิมอาหารที่ทำจากมิโซะได้ ไม่ว่าจะเป็น "ซุปมิโซะกะหล่ำปลีม้วน" หรือ "เกียวโตมิโซะชีสเค้ก" เมนูในร้านลบภาพที่ว่ามิโซะเป็นเครื่องปรุงที่ใช้กับอาหารญี่ปุ่นเท่านั้นไปเลยค่ะ ลองมาอิ่มหนำสำราญกับอาหารหลากหลายชนิดที่ทำจากมิโซะกันดูนะคะ

ซอยบีนฟาร์ม (Soybean Farm)
ที่ตั้ง : 2-15-2 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 6 นาทีจากทางออก North Exit ของสถานีคิชิโจจิ สายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.soybeanfarm.co.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

9. ตามหาของแฮนด์เมดน่ารักๆ ที่ HATTIFNATT

吉祥寺

จาก ตะลุยโลกนิทานที่คาเฟ่ HATTIFNATT คิชิโจจิ

HATTIFNATT เป็นร้านที่นำบ้านเก่ามารีโนเวทใหม่ เดินจากสถานีคิชิโจจิ 10 นาที ภายในมีทั้งร้านกาแฟและร้านขายของกระจุกกระจิก ที่นี่สร้างขึ้นสำหรับเด็กๆ ประตูทางเข้าออกจึงสูงเพียง 130 เซนติเมตรเท่านั้น การตกแต่งภายในก็เต็มไปด้วยสีสันน่ารักราวกับได้เข้ามาอยู่ในหนังสือนิทานเลยละค่ะ

พื้นที่ส่วนที่เป็นร้านขายของกระจุกกระจิกนั้นมีของแฮนด์เมดจากนักประดิษฐ์วางเรียงราย กล่องไม้หนึ่งกล่องจะถือว่าเป็นหนึ่งร้าน ของที่วางขายแต่ละชิ้นก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงน่าจะหาของที่ชอบได้แน่นอนค่ะ ให้ความรู้สึกราวกับตามหาขุมสมบัติเลยทีเดียว

HATTIFNATT Kichijoji no O-uchi
ที่ตั้ง : 2-22-1 Minamicho, Kichijoji, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.hattifnatt.jp/blank-yfsaa (ภาษาญี่ปุ่น)

10. ซื้อสินค้าเมดอินเจแปนที่ MARKUS

吉祥寺

จาก สัมผัสคุณค่า Made in Japan ที่ MARKUS (มาร์คุส) ร้านขายของใช้ในชีวิตประจำวันที่สรรค์สร้างโดยช่างฝีมือ

MARKUS (มาร์คุส) เป็นร้านขายของรวมแบรนด์ในย่านคิชิโจจิ เป็นสถานที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยผสมผสานมุมมองร่วมสมัยเข้ากับหัตถกรรมพื้นบ้านของญี่ปุ่น หากต้องการตามหาสินค้าญี่ปุ่นจำพวกเครื่องเคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผาที่นำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันละก็ ร้านนี้เหมาะที่สุดค่ะ

ถ้านึกภาพไม่ออกลองเข้าไปดูที่อินสตาแกรมทางการของทางร้านก่อนได้ค่ะ ที่นี่รวบรวมผลงานที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ของช่างฝีมือทั่วทั้งญี่ปุ่น ถือเป็นของฝากแบบมีระดับที่ผู้รับจะต้องดีใจแน่นอน

MARKUS
ที่ตั้ง : 112 Musashino Country Heights, 2-18-15 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo Google Maps
การเดินทาง : เดิน 6 นาทีจากสถานีคิชิโจจิ สาย JR หรือสายเคโออิโนะคาชิระ
เว็บไซต์ทางการ : http://marku-s.net (ภาษาญี่ปุ่น)

วีธีการเดินทางไปยังย่านคิชิโจจิ

มาดูวิธีการเดินทางไปยังสถานีคิชิโจจิกันค่ะ

1 : จากสถานีชินจูกุ นั่งรถด่วนแบบ Rapid สาย JR จูโอเพียง 15 นาที!

จากสถานีชินจูกุ เราสามารถนั่งรถไฟ JR จูโอไปจนถึงสถานีคิชิโจจิ หากเป็นรถด่วนแบบ Rapid ก็นั่งเพียง 6 สถานี (15 นาที) ค่าโดยสาร 220 เยน สายจูโอมีรถไฟแบบ Commuter Express และ Special Rapid ด้วย สถานีที่จอดก็จะต่างกันออกไป ต้องระวังตรงจุดนี้ด้วยค่ะ

2 : นั่งรถด่วนแบบ Express จากสถานีชิบูย่า สายเคโออิโนะคาชิระเพียง 18 นาที!

จากสถานีชิบูย่า เราสามารถนั่งรถไฟสายเคโออิโนะคาชิระไปจนถึงสถานีคิชิโจจิ หากเป็นรถด่วนแบบ Express ก็นั่งเพียง 5 สถานี (18 นาที) ค่าโดยสาร 200 เยน ชิบุยะและคิชิโจจิเป็นสถานีปลายทาง เพราะฉะนั้นไม่หลงแน่นอนค่ะ

สนุกไปกับคิชิโจจิ เมืองที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ถ้ามีเวลาซักครึ่งวัน ก็สามารถมาเที่ยวชมสถานที่หลักๆ ที่แนะนำไปในครั้งนี้ได้แล้วค่ะ หากเทียบกับชินจูกุและชิบูย่า คิชิโจจิมีเสน่ห์ตรงที่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถเที่ยวชมได้ทั่วแบบไม่ลำบาก ลองใช้ข้อมูลในบทความนี้วางแผนเที่ยวคิชิโจจิกันดูนะคะ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners