ไปเที่ยวเมืองดาเตะ จังหวัดฟุกุชิมะกัน! แนะนำธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาหารทะเลสุดอร่อย

12 ที่เที่ยวในคากุระซากะ ตรอกเก่าแก่ใจกลางโตเกียว (Kagurazaka)

บริการนี้รวมโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุน
article thumbnail image

คากุระซากะเป็นย่านที่เดินยังไงก็ไม่เบื่อ เพราะมีตั้งแต่ศาลเจ้า คาเฟ่ ร้านขายของจิปาถะและอื่นๆ อีกมากมาย แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่อย่างชินจูกุ แต่เมื่อเข้าไปในตรอกซอยเล็กๆ ก็จะรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ยุคเอโดะ ลองไปเดินเล่นในคากุระซากะกันค่ะ

วันที่ปรับปรุงล่าสุด :

คากุระซากะ ย่านเล็กๆ น่าเดินกลางเมืองโตเกียว

คากุระซากะ (Kagurazaka) อาจเป็นหนึ่งในย่านที่น่าไปเดินเล่นที่สุดในโตเกียว เพียงแค่เราก้าวเท้าออกจากถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารแฟรนไชส์ตามสมัยนิยม เราจะได้พบกับบรรยากาศอีกแบบหนึ่งในตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่ยังคงเหลือกลิ่นอายของยุคเอโดะ

ในอดีตแถบนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นฮานะมิจิ เมืองแห่งเกอิชา ถึงปัจจุบันจะไม่มีเกอิชามาเดินไปมาแล้ว แต่แถวนี้ก็เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านขายสินค้ากระจุกกระจิกสวยๆ มากมาย คราวนี้เราจะพาไปเดินเล่นในคากุระซากะ และแนะนำร้านน่าแวะต่างๆ ตั้งแต่สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ไปจนถึงร้านอาหารขึ้นชื่อที่ต้องลองค่ะ

เริ่มต้นจากถนนสายหลักกันก่อนเลย

คากุระซากะโดริ (Kagurazaka-dori) ถนนสายหลักของคากุระซากะ ชื่อของคากุระซากะจะแปลว่า เนินคากุระ ถนนเส้นนี้เลยเป็นเนินลาดที่ทอดตัวยาวบนถนนวาเซดะโดริ มีทั้งร้านค้าเก่าแก่และร้านสมัยใหม่อย่างร้านฟาสต์ฟู้ดเปิดเรียงรายตลอดสองข้างทาง แค่เดินเล่นบนสายหลักนี้ก็เพลินแล้วค่ะ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามากันในวันนี้!

ระหว่างตึกเหล่านี้เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่มองผ่านๆ อาจไม่ทันสังเกต แต่พอได้หยุดดูเมื่อไหร่ก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปเหลือเกิน นี่แหละค่ะสิ่งที่เรากำลังมาตามหากันที่คากุระซากะ

1. 3 ตรอกเล็กๆ ที่ชวนให้เข้าไปค้นหา

ญี่ปุ่นจะเรียกพวกตรอกหรือถนนเล็กๆ ที่แยกจากถนนใหญ่ว่าโยโกะโจ ในคากุระซากะมีโยโกะโจหลายที่มาก บางที่ก็แคบมากจนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็อาจเดินผ่านไปเฉยๆ เลย คราวนี้ขอแนะนำโยโกะโจ 3 แห่งที่อยากให้ลองเข้าไปดูกันค่ะ

เฮียวโกะโยโกะโจ

พอเดินเข้าซอกตึกแคบๆ ที่เดินได้แค่ทีละคนเมื่อกี๊เข้ามาก็จะพบกับทางเดินที่ปูด้วยหิน นี่คือเฮียวโกะโยโกะโจ (Hyogo Yokocho) สองฟากฝั่งคือร้านอาหารญี่ปุ่นหรูและบ้านเรือนของคนทั่วไป

ในอดีตช่วงยุคเซ็นโกคุ ที่นี่เคยมีพ่อค้าขายอาวุธอาศัยอยู่ และมีอาคารที่เรียกว่า "เฮียวโกะ" (โกดังเก็บอาวุธ) อยู่ด้วย จึงได้ชื่อว่าเฮียวโกะโยโกะโจนั่นเอง

เดินต่อเข้าไปจะพบกับ วาคานะ (Wakana) เรียวกังที่รายล้อมด้วยกำแพงไม้สีดำ (ปัจจุบันปิดกิจการแล้ว) เป็นที่รู้จักในฐานะเรียวกังที่ในอดีตมีนักเขียนนวนิยายและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังหลายคนมาพักเพื่อรังสรรค์ผลงานมากมาย

ตรอกเกอิชา

ตรอกเกอิชา (Geisha Komichi) หรือบางทีก็เรียกว่าอาตามิยุ ไคดัน (Atamiyukaidan) ถนนที่ทำให้รู้สึกราวกับกำลังเดินในฐานลับ ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดหินก็จะเจอร้านอาหารและบาร์เล็กๆ แทรกตัวอยู่อย่างกับเป็นห้องลับ

เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจนสุดจะเป็นถนนที่ชื่อว่าเค็มบังโยโกะโจ ในปัจจุบันก็ยังมีสำนักงานของเกอิชาและสถานที่ฝึกเล่นชามิเซ็น (*1) อยู่ ผู้คนจึงเรียกที่นี่ว่าตรอกเกอิชาค่ะ

*1 : ชามิเซ็น ... เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของญี่ปุ่น มีสาย 3 เส้น

เมื่อลงบันไดไปจนสุดจะเจอกับเซ็นโตอาตามิยุ (Atamiyu) ที่นี่มีผ้าขนหนูให้ยืมได้ฟรี สบู่แชมพูก็พร้อม แวะมาอาบน้ำแช่น้ำร้อนได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องพกอะไรมาเลยค่ะ ถ้าเดินเล่นจนเหนื่อยแล้วก็มาผ่อนคลายร่างกายด้วยการแช่น้ำร้อนสักหน่อยก็ไม่เลวนะคะ

ตรอกเกอิชา (Geisha Komichi)
ที่อยู่ : Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีอีดะบาชิ (Iidabashi) รถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) ทางออก B3 เดิน 3 นาที

คาคุเร็มโบะโยโกะโจ

คาคุเร็มโบะโยโกะโจ (Kakurenbo Yokocho) ชื่อนี้แปลว่าตรอกซ่อนแอบ ถ้าได้มาแล้วจะรู้ว่าสมชื่อจริงๆ ค่ะ เพราะมีทางแยกเป็นตรอกเป็นซอกซับซ้อนมากมาย บ้างก็เป็นทางตัน ทำเอาหลงได้ง่ายๆ เลยค่ะ ในชื่อของตรอกนี้ยังแฝงความหมายว่า "แม้จะแอบสะกดรอยตามหลังคนสำคัญเข้ามาในย่านฮานะมิจิ ก็ไม่อาจจะหาตัวเจอ" อีกด้วย

*2 : คาคุเร็มโบะ ... การเล่นซ่อนแอบ

ริมถนนเป็นกำแพงไม้กระดานสีดำที่ดูเรียบง่ายและสวยงาม เมื่อเดินเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของฮานะมาจิที่มีมาตั้งแต่อดีต

คาคุเร็มโบะโยโกะโจ (Kakurenbo Yokocho)
ที่อยู่: Google Maps
การเดินทาง: จากสถานีอีดะบาชิ (Iidabashi) รถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) ทางออก B3 เดิน 5 นาที

ในคากุระซากะยังมีตรอกซอยเล็กๆ อีกเยอะเลย ลองไปเดินหลงดูนะคะ อาจจะเจอทางเดินสวยๆ ที่ถูกใจค่ะ

2. วัดเซ็นโคคุจิ สัญลักษณ์ของคากุระซากะ

กลับเข้ามาตรงถนนใหญ่เราจะเจอกับวัดที่มีประตูสีแดงชาด นี่คือวัดเซ็นโคคุจิ (Zenkoku-ji Temple) บิชามงเท็น เป็นวัดของศาสนาพุทธนิกายนิจิเร็น ก่อสร้างขึ้นในปี 1595 เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของย่านนี้มาอย่างยาวนาน

พระประธานของวัดแห่งนี้คือบิชามงเท็น หรือท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติตามความเชื่อของชาวอินเดียตั้งแต่อดีตกาล จึงเป็นที่ศรัทธาของคนจำนวนมาก เพราะบันดาลโชคลาภ ปัดทุกข์บันดาลสุข และแก้ชงอีกด้วย

3. โตเกียวไดจิงกู ศาลเจ้าแห่งความรัก

Picture courtesy of Tokyo Daijingu

โตเกียวไดจินกู (Tokyo Daijingu)เป็นศาลเจ้าแห่งความรักที่มีชื่อเสียงในย่านอีดาบาชิ ที่นี่สักการะเทพเจ้าหลายองค์ เช่น อามะเทระซุโอมิคามิ เทพสูงสุดในลัทธิชินโต

ที่นี่สักการะสามเทพผู้สร้าง เทพเจ้าสามองค์ที่นำสิ่งของมาเชื่อมโยงผูกกัน สร้างสรรพสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นบนโลก จึงเชื่อกันว่าหากได้มานมัสการที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะช่วยเสริมดวงด้านความสัมพันธ์ และทำให้ประสบความสำเร็จด้านความรักอีกด้วย โอมาโมริ (เครื่องราง) แห่งความรักที่ศาลเจ้าจำหน่ายมีให้เลือกมากกว่า 20 แบบเลยทีเดียวค่ะ!

โตเกียวไดจินกูยังถือเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เริ่มต้น "พิธีแต่งงานต่อหน้าเทพเจ้า" ที่จัดขึ้นในศาลเจ้าอีกด้วย หากไปเยือนในช่วงสุดสัปดาห์ เราอาจจะได้ชมพิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมก็ได้ค่ะ


4. la kagū แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในคากุระซากะ

Picture courtesy of la kagū

ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจับตามองแห่งใหม่กันต่อเลยนะคะ la kagū (ลา คากู) เป็นอาคารพาณิชย์แห่งใหม่ที่รีโนเวทโกดังของบริษัทสิ่งพิมพ์ชินโจฉะขึ้นใหม่ เต็มไปด้วยสินค้าสวยๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สินค้าจิปาถะ เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งพิมพ์ต่างๆ

คาเฟ่ Mado lagu ที่ชั้น 1 มีของขึ้นชื่อเป็นแซนด์วิชไข่นุ่มๆ ปริมาณสุดคุ้ม ด้านนอกมีที่นั่งตรงระเบียงด้วย นั่งจิบกาแฟพร้อมทานแซนด์วิชแบบชิลล์ๆ ได้เลยค่ะ ในพื้นที่ที่เรียกว่า soko ตรงชั้น 2 มีร้านหนังสือสิ่งพิมพ์และพื้นที่แสดงผลงานศิลปะ ใช้เป็นที่จัดอีเวนท์ที่เกี่ยวกับหนังสือด้วย

บันไดไม้ที่โดดเด่นนี้เป็นผลงานการออกแบบของคุณคุมะ เคงโกะ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น จากตรงนี้ ใช้เวลาเดินไป 5 นาที ก็จะพบกับศาลเจ้าอาคากิ ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามดูโมเดิร์นจนไม่คิดว่าจะเป็นศาลเจ้าเลย เป็นผลงานการออกแบบของคุณคุมะ เคงโกะเช่นเดียวกันค่ะ


5. มาคาไน คอสเม สินค้าเพื่อสุขภาพและผิว

จาก "เครื่องสําอางมาคาไนของดีประจําย่านคากุระซากะ"

มาคาไน คอสเม (Makanai Kosume) ร้านขายเครื่องสำอางแบบญี่ปุ่นที่ทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ มีสินค้าที่อ่อนโยนต่อผิว และดีต่อร่างกายมากมายโดยเน้นวัตถุดิบของญี่ปุ่น เช่น หัวบุก โคเมะนุขะ (*3) ถั่วเหลือง

สินค้ายอดนิยมของร้านคือครีมทามือที่สามารถใช้ได้ในทุกฤดูกาล ผลิตจากส่วนผสมทางธรรมชาติเท่านั้น สามารถใช้ได้อย่างไร้กังวลตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อสินค้าที่ดีต่อร่างกาย อย่างสกินแคร์ หรืออาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างชา หรือเครื่องปรุงต่างๆ ได้ค่ะ

*3: โคเมะนุคะ ... ผงจากจมูกข้าวและเปลือกข้าว


6. ถ้าอยากซื้อของฝากต้องร้านโนเร็น สาขาคากุระซากะ

จาก "ของกระจุกกระจิกสไตล์ zakka ญี่ปุ่นน่ารักที่ร้าน โนเร็น สาขาคากุระซากะ (Noren, Kagurazaka)"

โนเร็น (Noren) ร้านสินค้าจิปาถะยอดนิยมที่มีสาขาหลายแห่ง เช่น เกียวโตและอาซากุสะ รวมถึงในคากุระซากะนี่ด้วย มีสินค้าเป็นของกระจุกกระจิกแบบดั้งเดิมที่ถูกนำมาพัฒนาปรับปรุงให้สามารถใช้ได้จริงมากมาย

กิโมโนบ็อทเทิลแวร์ ชุดกิโมโนสำหรับสวมขวดไวน์ ดูเหมือนกับตุ๊กตาเลยค่ะ หรือจะเป็นกระเป๋าผ้าฟุโรชิกิ ปรับเปลี่ยนแบบได้ตามใจแค่เปลี่ยนวิธีผูก และต่างหูโอริกามิ ไม่ว่าอันไหนก็นำมาใช้ได้จริงทั้งนั้น ถ้าซื้อไปเป็นของฝากจากญี่ปุ่นให้เพื่อนล่ะก็จะต้องดีใจอย่างแน่นอนค่ะ

7. Kagurazaka Sushi Academy บุฟเฟ่ต์ซูชิแสนอร่อย!

จาก "คากุระซากะ ซูชิ อะคาเดมี่ บุฟเฟ่ต์ซูชิสุดคุ้ม!"

ใครหิวแล้วขอให้มาทางนี้ ร้าน Kagurazaka Sushi Academy (คากุระซากะซูชิอะแคเดมี่) มีซูชิให้ทานแบบไม่อั้นในราคาเพียง 3,000 - 4,000 เยน!

เหตุผลของราคาถูกนี้ก็คือร้านนี้บริหารโดยโรงเรียนที่ฝึกนักปั้นซูชิ คนที่มาปั้นซูชิในร้านนี้ก็คือนักเรียนที่กำลังเรียนหรือเรียนจบจากโรงเรียนนั้นค่ะ หรือจะพูดอีกอย่างที่นี่ก็เปรียบเสมือนสถานที่ฝึกมือนั่นเอง เลยมีซูชิให้ทานในราคาย่อมเยาแบบไม่อั้นได้ค่ะ

ถึงจะเป็นมือใหม่แต่เรื่องรสชาตินั้นไม่เป็นรองซูชิร้านอื่นเลยนะคะ วัตถุดิบราคาสูงอย่างหอยเม่น ไข่ปลา หรือเนื้อส่วนจูโทโระของมากุโระ (ทูน่า) ก็มีให้สั่ง อาหารจานเดียว รวมไปถึงของหวานก็อยู่ในบุฟเฟ่ต์เช่นเดียวกัน (เวลาทาน 90 นาที) พนักงานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย หายห่วงเรื่องอุปสรรคทางภาษาไปได้เลยค่ะ แต่การไปทานที่ร้านจะต้องจองล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของร้านก่อนนะคะ เข้าได้จากเว็บไซต์ด้านล่างนี่เลย


8. คากุระซากะ คาโดะ ร้านอิซากายะในบ้านญี่ปุ่น

จาก "เสน่ห์ของร้าน คากุระซากะ คาโดะ ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านญี่ปุ่นเก่าแก่"

มาสัมผัสประสบการณ์ทานข้าวด้วยโต๊ะอาหารแบบญี่ปุ่นบนเสื่อทาตามิที่ร้านอาหารญี่ปุ่นคากุระซากะ คาโดะ (Kagurazaka Kado)

แม้ในปัจจุบัน (เดือนกรกฎาคม ปี 2018) จะไม่เปิดในช่วงกลางวัน แต่ช่วงกลางคืนที่นี่จะกลายเป็นคัปโปอิซากายะที่เน้นอาหารจากวัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นคอร์ส ถ้ารู้สึกว่าอาหารเป็นคอร์สราคาสูงเกินไป เราขอแนะนำพื้นที่ยืนดื่มค่ะ เมนูส่วนใหญ่จะราคาต่ำกว่า 500 เยน มีทั้งเบียร์ สาเกญี่ปุ่น และเมนูยอดนิยมในร้านอิซากายะมากมาย (พื้นที่สำหรับยืนดื่ม ให้บริการเวลา 16:00-23:00 หยุดทุกวันจันทร์)


9. แวะพักในร้านขนมญี่ปุ่นขึ้นชื่อ

ในคากุระซากะมีคาเฟ่และร้านขนมที่ขายขนมญี่ปุ่นแสนสวยงามและประณีตอยู่หลายร้าน เราขอแนะนำร้านขนมหวานที่สามารถสั่งทานได้ในร้านและร้านขนมสำหรับซื้อกลับค่ะ

คิโนะเซ็น

ร้านแรกก็คือคิโนะเซ็น (Kinozen) ร้านขนมหวานแสนอร่อยที่เสิร์ฟเมนูเข้ากับฤดูกาล อย่างขนมหวานญี่ปุ่นก็มีอันมิตสึ (*4) โอชิรุโกะ บาวาลัวชาเขียว เป็นต้น ในช่วงฤดูร้อนมีน้ำแข็งไส ในฤดูใบไม้ร่วงมีอันมิตสึใส่เกาลัด

อีกร้านสำหรับคาเฟ่ที่มีขนมหวานญี่ปุ่นอร่อยๆ ก็ต้องร้านคากุระซากะ ฉะเรียว (Kagurazaka Charyo) มีเมนูยอดนิยมคือมัทฉะฟองดูว์ เอาผลไม้ไปจิ้มในชาเขียวกลิ่นหอมหวล

*4 : อันมิตสึ ... ขนมหวานที่รวมถั่วแดง เยลลี่และผลไม้ต่างๆ ในถ้วยเดียว

ไบคะเท

ไบคะเท (Baikatei) ร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังที่คนในท้องถิ่นนิยมมาซื้อ มีขนมญี่ปุ่นนานาชนิดวางเรียงเป็นแถวจนทำให้ลังเลเลยว่าจะซื้ออันไหนดี

ขนมที่ประยุกต์ขึ้นใหม่ เช่น ไดฟุกุเลมอน (*5) แป้งโมจิกลิ่นหอมสดชื่นจากน้ำเลมอน และ อุคิกุโมะ ขนมหวานรสสัมผัสใหม่ด้วยไส้ถั่วแดงในเมอแรงก์ ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก

*5: ไดฟุกุ ... ขนมจากแป้งโมจิห่อไส้ถั่วแดง

10. คานาล คาเฟ่ โอเอซิสในเมืองใหญ่

คาเฟ่และร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมากๆ ในคากุระซากะคือคานาล คาเฟ่ (Canal Cafe) ร้านบรรยากาศปลอดโปร่งริมแม่น้ำเป็นที่ถูกใจของสาวๆ มาก

พอเข้าร้านเราจะต้องเลือกว่าจะนั่งตรงไหนระหว่างฝั่งร้านอาหารหรือฝั่งเฉลียงด้านนอก ในวันที่อากาศดีแนะนำให้เลือกนั่งด้านนอกเลยค่ะ ฝั่งร้านอาหารด้านในจะเป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบฟูลเซอร์วิส ส่วนฝั่งเฉลียงด้านนอกจะเป็นแบบเซลฟ์เซอร์วิสหรือบริการตัวเอง ในบรรยากาศสบายๆ มีทั้งพาสต้าและพิซซ่าให้เลือกทานค่ะ

คานาล คาเฟ่เหมาะกับการใช้เวลาอย่างช้าๆ ชิลล์ๆ แต่ระวังช่วงสุดสัปดาห์หรือมื้อกลางวันนิดนึงเพราะคนจะเยอะมากจนต้องต่อแถวค่ะ

11. ชิมเปโกะจังยากิที่ร้านฟูจิยะ

จาก "เดินเล่นไปกับเปโกะจังยากิ ที่ ฟูจิยะ คากุระซากะ (Fujiya Kagurazaka)"

คากุระซากะเป็นเมืองที่เพลิดเพลินกับการเดินกินได้ ขนมที่มีชื่อก็คือเปโกะจังยากิ (Pekochan yaki) ที่มาดักรอเราอยู่ตรงทางเข้าคากุระซากะเลยค่ะ

เปโกะจังเป็นตัวการ์ตูนของร้านขนมฟูจิยะ (Fujiya) ตรงหน้าร้านจะเห็นตุ๊กตาเปโกะจังยืนหน้าแป้นแล้นแลบลิ้นเลียมุมปากอยู่ ดูน่ารักมีเสน่ห์และเป็นที่รักของผู้คนมามากกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

เปโกะจังยากิก็คือโอบังยากิ (*6) ที่ทำออกมาเป็นรูปหน้าเปโกะจัง ซึ่งทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นหาทานได้แค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ เปโกะจังยากิมีหลายรสชาติ เช่น ถั่วแดง ครีมคัสตาร์ด ช็อกโกแลต ยังมีไส้คาว - หวานที่เปลี่ยนทุกเดือนด้วย

นอกจากเปโกะจังยากิแล้ว ในคากุระซากะยังมีร้านที่ให้เราได้เพลิดเพลินกับการเดินกินอีกเพียบ เช่น โกะจูบัง (Gojuban) ดังเรื่องซาลาเปาไส้หมู และ Dolce Vita ร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่มีโคร็อกเกะข้าวไส้ชีสแสนอร่อย ลองไปหาร้านที่ถูกใจดูนะคะ

*6 : โอบังยากิ ... ขนมแป้งอบรูปร่างกลม ใส่ไส้ต่างๆ เช่น ถั่วแดง ครีม


12. ถ้าหาที่พักขอแนะนำโฮสเทล UNPLAN

จาก "UNPLAN โฮสเทลแสนสะดวกสำหรับเที่ยวคากุระซากะ"

ในคากุระซากะไม่ค่อยมีที่พักแรมสักเท่าไร เราเลยขอแนะนำโฮสเทล UNPLAN ค่ะ

ห้องพักจะมีหอรวมชายหญิง หอหญิงล้วน และห้องพักแบบครอบครัวให้เลือก ภายในยังใหม่และสะอาดสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจค่ะ

บริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่คาเฟ่ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้ ช่วงมื้อเที่ยงจะมีบาริสต้า ส่วนมื้อเย็นจะมีบาร์เทนเดอร์บริการชงเครื่องดื่ม ที่นี่มีแขกเข้าพักที่เป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก มีจัดทัวร์รถบัสและกิจกรรมอีเวนท์ด้วย


การเดินทางไปยังคากุระซากะ

การเดินทางไปยังคากุระซากะ มีจุดตั้งต้นคือสถานีอีดะบาชิ (Iidabashi) ของรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) และ JR หรือไม่ก็สถานีคากุระซากะ (Kagurazaka) ของรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro)

ถ้าเดินทางจากสถานีอีดะบาชิ ของ JR ให้ใช้ทางออกทิศตะวันตก (West Exit) ใช้เวลาเดินประมาณ 3 นาทีจะถึงปากทางถนนคากุระซากะ ส่วนสถานีอีดะบาชิ (Iidabashi) ของรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) มีทางออกเยอะมากๆ แนะนำทางออก B3 เพราะสามารถออกไปยังถนนซากุระซากะได้โดยตรงเลยค่ะ

การเดินทางไปยังคากุระซากะ สามารถไปจากสถานีชินจูกุและสถานีโตเกียว (สถานีโอเทะมะจิ) ได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟ จากสถานีชินจูกุไปยังสถานีอีดะบาชิ เดินทางด้วยรถไฟ JR สายชูโอ - โซบุ (Chuo - Sobu Line) ใช้เวลาประมาณ 12 นาที 160 เยน จากสถานีโตเกียวให้ขึ้นรถที่สถานีโอเทะมาจิ (Otemachi) ของรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) สายโทไซ (Tozai Line) (เชื่อมต่อกับสถานีโตเกียว) ใช้เวลา 6 นาทีถึงสถานีอีดะบาชิ และ 9 นาทีถึงคากุระซากะ ราคา 170 เยนทั้งสองสถานี

ไปเดินหลงในคากุระซากะกัน

คากุระซากะ เป็นเมืองที่เหมาะจะมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยเข้าตรอกนี้ทะลุตรอกนู้นมากกว่าจะมาแบบวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ลองไปเดินหลงในคากุระซากะแล้วค้นหาสถานที่ใหม่ๆ ที่ถูกใจตัวเองกันดูนะคะ

ผู้เขียนบทความต้นฉบับ : Kazuki Tsuchido
* บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2014

Written by

นี่คือบัญชีของกองบรรณาธิการ MATCHA เราจะเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวอยากรู้ รวมถึงเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของญี่ปุ่นที่ยังไม่มีใครรู้จัก

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ
นอกจากนี้ บทความอาจมีลิงก์โฆษณา โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหรือจอง

อันดับ