ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

ทริปเที่ยวเมืองฮิตะสำหรับคนทุกสไตล์ทั้งสายชิลล์ สายกิจกรรม และสายวัฒนธรรม

ทริปเที่ยวเมืองฮิตะสำหรับคนทุกสไตล์ทั้งสายชิลล์ สายกิจกรรม และสายวัฒนธรรม

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA-PR

โออิตะ (Oita) 2018.11.28 บทความที่ชอบ

เมืองฮิตะ จังหวัดโออิตะ (Oita) เป็นศูนย์กลางสำหหรับท่องเที่ยวคิวชูที่มีเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวหลายแบบ เราจึงสามารถเลือกสไตล์การท่องเที่ยวให้เข้ากับรสนิยมของตัวเองได้ เราจะมาแนะนำแผนเที่ยวถูกใจทั้งสำหรับสายชิลล์ สายกิจกรรม และสายวัฒนธรรมในเมืองฮิตะกันค่ะ!

เลือกเที่ยวตามสไตล์ที่เมืองฮิตะในจังหวัดโออิตะ (Oita)

เมืองฮิตะในจังหวัดโออิตะตั้งอยู่ห่างจากสนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport) ประมาณ 1 ชั่วโมง

เมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแม้แต่สำหรับคนญี่ปุ่นเอง และยังเต็มไปด้วยไฮไลท์มากมายไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ออนเซ็น และอาคารบ้านเรือนภายในเมืองมาเมดะมาจิ (Mamedamachi) ที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศสมัยเอโดะให้ได้ชมกันจนถึงปัจจุบัน

เนื่องจากเมืองฮิตะอุดมไปด้วยทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว เราจึงสามารถเลือกสไตล์การท่องเที่ยวได้ตามความชอบ

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแผนเที่ยวฮิตะที่เหมาะกับสไตล์การท่องเที่ยวถึง 3 แบบกันค่ะ! นั้นก็คือ

1. แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายชิลล์
แผนเที่ยวชมทัศนียภาพอันงดงามและแช่ออนเซ็นแบบชิลล์ๆ สำหรับผู้ที่อยากใช้ช่วงเวลาผ่อนคลายหลีกหนีชีวิตประจำวันอันวุ่นวาย

2. แผนเที่ยวฮิตะกลางแจ้งสำหรับสาย Outdoor
แผนเที่ยวสำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้งเหมาะกับผู้ที่อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติของญี่ปุ่นแบบสบายๆ

3. แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายวัฒนธรรม
แผนเที่ยวสำหรับผู้ที่อยากท่องเที่ยวพลางพบปะพูดคุยกับผู้คนท้องถิ่นและเรียนรู้เสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ของเมืองฮิตะที่ไม่สามารถหาอ่านได้ในหนังสือนำเที่ยว

รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้พบกับทริปท่องเที่ยวที่เหมาะกับตัวเองอย่างแน่นอน!

เช่ารถขับเที่ยวเองสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับเมืองฮิตะทุกซอกทุกมุม

เช่ารถยนต์ด้านหน้าสถานีรถไฟภายในเมืองฮิตะ

การใช้ถนนหนทางและรถยนต์ในญี่ปุ่นรวมถึงในเมืองฮิตะมีความเจริญก้าวหน้ามาก สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับการท่องเที่ยวกันแบบเต็มอิ่มเราจะขอแนะนำให้เช่ารถยนต์ขับเที่ยวเอง

นอกจากจะทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้วก็ยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ได้ด้วย!

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเช่ารถขับในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปดูได้จากบทความนี้ ส่วนข้อมูลการเดินทางไปยังเมืองฮิตะดูได้จากบทความนี้

ผู้ที่ไม่ชอบการขับรถหรือไม่อยากวุ่นวายทำใบขับขี่สากลก็ขอแนะนำเป็น "แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายวัฒนธรรม" ที่สามารถท่องเที่ยวได้ในบริเวณพอเหมาะแสนสะดวก

1. แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายชิลล์
~ ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจไปกับวิวสวยๆ และออนเซ็น ~

แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายชิลล์คือ แผนเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน (หรือ 3 วัน 2 คืน) สำหรับผู้ที่อยากเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวฮิตะแบบสบายๆ ตามใจตัวเอง

เนื่องจากวันที่ 1 จะเป็นการตระเวนเที่ยวแหล่งชมวิวแสนสวนห่างจากตัวเมืองอันแสนวุ่นวาย จึงขอแนะนำให้เช่ารถและเตรียมข้าวกล่องไปด้วยเลย

ไม่มีเสบียงอันไหนเหมาะไปกว่าข้าวกล่องต้นตำรับคิริโกะเมชิ (Kirikomeshi) ของเมืองฮิตะ ณ ร้านทาคารายะ (Takaraya) ด้านหน้าสถานีฮิตะ (Hita) อีกแล้ว

หลังจากนั้นก็ขับรถจากด้านหน้าสถานีฮิตะขึ้นทางพิเศษจังหวัดโออิตะ (OITA EXPRESSWAY) มุ่งหน้าไปยังทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซนโดยใช้เวลาประมาณ 23 นาที

ทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซน (Takatsuka Atago Jizoson) ที่ยังคงหลงเหลือแนวคิดทางศาสนาของญี่ปุ่น

ทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซน (Takatsuka Atago Jizoson) แห่งนี้เป็นสถานที่สัมผัสวัฒนธรรมชิมบุตสึชูโก (*1) เฉพาะของญี่ปุ่น

เสาโทริอิที่ปกติแล้วตั้งอยู่เฉพาะในศาลเจ้าและระฆังที่ปกติแล้วตั้งอยู่เฉพาะในวัดกลับมาตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันเสียอย่างนั้น!?

สำหรับใครที่มีโอกาสได้เดินทางมาเยือนก็ลองมาค้นหาเอกลักษณ์ของวัดและศาลเจ้าที่หลอมรวมกันอยู่ที่นี่ดูนะคะ

*1 : ชิมบุตสึชูโก ... ชื่อเรียกสภาพที่ลัทธิชินโตกับศาสนาพุทธถูกเคารพบูชาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนจะถูกแยกจากกันในสมัยเมจิ

จุดเด่นสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ที่รูปปั้นพระจิโซ (พระกษิติครรภโพธิสัตว์) จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนด้านหลังวิหาร ภาพของเขาที่ถูกห้อมล้อมด้วยรูปปั้่นพระจิโซเยอะขนาดนี้เป็นอะไรที่หาชมไม่ได้ง่ายเลย

พระจิโซ คือ พระโพธิสัตว์ผู้คุ้มครองเด็กและนักเดินทาง ดังนั้น การเริ่มทริปจากทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซนซึ่งสักการะบูชาพระจิโซจะทำให้เราได้รับพรจากเทพเจ้าหรือที่เรียกว่า โกะริยะคุ ให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดทั้งทริปอย่างแน่นอน

ทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซน (Takatsuka Atago Jizoson)

ดูแผนที่และข้อมูล

อามากาเสะออนเซ็น (Amagase Onsen) สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของน้ำผ่านออนเซ็นและน้ำตก

จุดหมายถัดไปของเราคืออามากาเสะออนเซ็น (Amagase Onsen) ขับรถยนต์จากทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซนไปประมาณ 16 นาที

เมื่อเอ่ยถึงไฮไลท์ของอามากาเสะก็ต้องหมู่บ้านออนเซ็น กับวิวเลียบแม่น้ำแสนสวย และน้ำตกซากุระดากิ (Sakuradaki Waterfall) อันงดงามสูงกว่า 25 เมตร

สัมผัสไอเย็นของละอองน้ำอาบแก้มริมน้ำตกซากุระดากิ

น้ำตกซากุระดากิซึ่งว่ากันว่าสายน้ำตกกระเซ็นราวกับกลีบดอกซากุระที่กำลังร่วงโปรยปรายนั้นงดงามจนถึงขนาดที่เชื่อกันว่าช่วยชำระร่างกายและจิตใจของเราได้เลยทีเดียว

สำหรับใครที่ซื้อข้าวกล่องมาด้วยขอแนะนำให้มานั่งทานข้าวกล่องบนม้านั่งในสวนซากุระดากิเลยค่ะ

ส่วนผู้ที่อยากเพลิดเพลินกับอามากาเสะออนเซ็นแบบพิเศษๆ ก็อย่าลืมแวะมาใช้เวลาผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามกันนะคะ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีเพลิดเพลินกับออนเซ็นริมแม่น้ำ "คาวายุ (Kawayu)" ของอามากาเสะออนเซ็นอ่านได้ที่นี่เลย

วันนี้ให้ค้างคืนที่เรียวกังพร้อมออนเซ็นในอามากาเสะ ผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็น และเต็มอิ่มกับเมนูท้องถิ่นแสนอร่อย

สำหรับใครที่ยังอยากเที่ยวชมอะไรเพิ่มเติมอีกนิดก็มุ่งหน้าต่อไปยังเมืองโอยามะซึ่งเป็นจุดหมายถัดไปของเรากันเลย!

สัมผัสทัศนียภาพของหุบเขาและลิ้มลองบ๊วยขึ้นชื่อที่ โอคุฮิตะออนเซ็น อุเมะฮิบิกิ (Okuhita Onsen Umehibiki)

นั่งรถจากอามากาเสะมาประมาณ 24 นาทีก็จะถึง โอคุฮิตะออนเซ็น อุเมะฮิบิกิ (Okuhita Onsen Umehibiki) เรียวกังพร้อมออนเซ็นในเมืองโอยามะแล้วล่ะค่ะ เราสามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารและการออกแบบภายในเรียวกังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ๊วยซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นได้ที่นี่เลย

แถมยังมีโรงงานเหล้าบ๊วยอยู่ติดกัน เปิดให้ทดลองชิม ช้อปปิ้ง และเข้าร่วมกิจกรรมทำเหล้าบ๊วยด้วย

เราจะได้ชมวิวหุบเขาฮิบิกิซึ่งเป็นชื่อของเรียวกัง แช่ออนเซ็นอันกว้างใหญ่ และรับประทานเมนูอาหารสุดพิถีพิถัน ที่นี่จึงนับเป็นเรียวกังติดออนเซ็นสำหรับสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นชั้นหนึ่งเลยก็ว่าได้

โอคุฮิตะออนเซ็น อุเมะฮิบิกิ (Okuhita Onsen Umehibiki)

ดูแผนที่และข้อมูล
lodging

โอซุโซะวาเกะ ยาไซ โนะ เรสโตรัน มัตสึบาระ (Osusowake Yasai no Restaurant Matsubara) กับเมนูจากพืชผักท้องถิ่นสดๆ

ในวันรุ่งขึ้นก็ตื่นสายนิดและใช้เวลาชิลล์ๆ ไปกับการทานมื้อเช้าและแช่ออนเซ็นยามเช้า

หลังจากเช็คเอาท์ออกมาก็ขับรถเลียบแม่น้ำโอยามะ (Oyama River) แสนงามมุ่งหน้าไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านโอซุโซะวาเกะ ยาไซ โนะ เรสโตรัน มัตสึบาระ (Osusowake Yasai no Restaurant Matsubara) ในนิชิโอยามะกันต่อ

ทางร้านแสนภาคภูมิใจในเมนูสไตล์ธรรมชาติจากพืชผักที่รวบรวมมาจากแปลงผักของคุณตาคุณยายในท้องถิ่น สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับร้านอาหารสามารถเข้าไปดูได้จากบทความนี้เลย

โอสุโซะวาเขะ ยาไซ โนะ เรสโตรัน มัตสึบาระ (Osusowake Yasai no Restaurant Matsubara)

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

ปิดทริปด้วยที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองฮิตะ เดินเล่นชมอาคารบ้านเรือนในสมัยเอโดะ

หลังมื้อเที่ยงก็มุ่งหน้ากลับไปยังใจกลางเมืองฮิตะเพื่อเดินเล่นชมเมืองมาเมดะมาจิบรรยากาศเก่าแก่กันสักหน่อย

ภายในเมืองมาเมดะมาจิเรียงรายไปด้วยร้านค้าจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาอนตายากิ ผลงานหัตถกรรมของเมืองฮิตะ และขนมต่างๆ ในเมืองนี้เราจะได้พบกับของฝากที่น่าซื้อกลับไปเป็นความทรงจำดีๆ จากทริปเที่ยวฮิตะมากมายเลยล่ะค่ะ

สรุปแผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายชิลล์

สถานีฮิตะ (Hita) → ทาคาสึกะ อาตาโกะ จิโซซน (Takatsuka Atago Jizoson) → อามากาเสะออนเซ็น (Amagase Onsen) → โอคุฮิตะออนเซ็น อุเมะฮิบิกิ (Okuhita Onsen Umehibiki : ทานมื้อค่ำ + ค้างคืน) → โอซุโซะวาเกะ ยาไซ โนะ เรสโตรัน มัตสึบาระ (Osusowake Yasai no Restaurant Matsubara : ทานมื้อเที่ยง) → เมืองมาเมดะมาจิ (Mamedamachi)

2. แผนเที่ยวฮิตะกลางแจ้งสำหรับสาย Outdoor
~ สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแห่งเมืองฮิตะผ่านกการปีนเขาและตั้งแคมป์~

สำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่มาเที่ยวคิวชูกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนขอแนะนำเป็น "แผนเที่ยวฮิตะกลางแจ้งสำหรับสาย Outdoor" ที่จะได้สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเมืองฮิตะ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พกอุปกรณ์ปีนเขาหรือตั้งแคมป์มาก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าแพ็คเกจ "เทะบุระแคมป์ (ตั้งแคมป์แบบตัวเปล่า)" ของสโนว์พีค โอคุฮิตะ แคมป์ฟิลด์ (Snow Peak Okuhita Campfield) เป็นบริการเช่ายืมอุปกรณ์จำเป็นทั้งหมดโดยไม่ต้องเตรียมอะไรมาเองเลย

แผนเที่ยวนี้ก็เป็นแบบ 2 วัน 1 คืนเช่นเดียวกัน โดยจำเป็นต้องนั่งรถยนต์จากสถานีฮิตะมาถึงสโนว์พีค โอคุฮิตะ แคมป์ฟิลด์โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที

สโนว์พีค โอคุฮิตะ แคมป์ฟิลด์ (Snow Peak Okuhita Campfield)

ดูแผนที่และข้อมูล
clothing_storelodgingrv_parkstore

สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาแสนสบายที่ภูเขาโกะเซ็น ใกล้จุดตั้งแคมป์

พอเดินทางมาถึงโซนตั้งแคมป์แล้ว วันแรกมาใช้เวลากับกิจกรรมปีนเขาโกะเซ็น (Mt. Gozen) และเดินเล่นชมป่าดงดิบต้นชิโอจิที่อุดมไปด้วยน้ำผุดอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาแห่งนี้

เมื่อกลับมายังจุดตั้งแคมป์ก็ถึงเวลากางเต็นท์และเพลิดเพลินกับการย่างบาร์บีคิวแสนอร่อย

ในวันถัดไปถ้าใครตื่นเช้าหน่อยก็สามารถปีนไปยังยอดเขาชากะ (Mt. Shaka - ใช้เวลาปีนเขาประมาณ 1 ชั่วโมง) เพื่อชมพระอาทิตย์ยามเช้าได้

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าสนใจในโอคุฮิตะมีแนะนำเอาไว้ในบทความนี้แล้ว

สรุปแผนเที่ยวฮิตะกลางแจ้งสำหรับสาย Outdoor

สถานีฮิตะ (Hita) → ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ปีนเขาที่สโนว์พีค โอคุฮิตะ แคมป์ฟิลด์ (Snow Peak Okuhita Campfield) → ทางขึ้นเขาป่าดิบต้นชิโอจิบนภูเขาโกะเซ็น (Mt. Gozen) → ยอดเขาโกะเซ็น → ลงเขา → ตั้งแคมป์ย่างบาร์บีคิวที่สโนว์พีค โอคุฮิตะ แคมป์ฟิลด์ → ชมพระอาทิตย์ยามเช้าบนภูเขาชากะ (Mt. Shaka)

3. แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายวัฒนธรรม
~ พบปะพูดคุยกับผู้คนท้องถิ่น & สัมผัสวัฒนธรรมหลักของเมืองฮิตะ ~

ส่วนใครที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่นอกจากแค่ตระเวนเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวแบบปกติก็ขอแนะนำเป็น "แผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายวัฒนธรรม" ที่สามารถพบปะพูดคุยกับชาวเมืองฮิตะได้เลยค่ะ

ถ้าใครมีโอกาสได้มาพักในเมืองฮิตะสักพัก รับรองว่าจะสัมผัสได้ถึงความร่าเริงแจ่มใส ความเป็นมิตร และความสุขของการได้มีชีวิตอยู่ของชาวเมืองกันอย่างแน่นอน

แผนเที่ยวนี้ก็เป็นแบบ 2 วัน 1 คืนเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นทริปตระเวนเที่ยวบริเวณใจกลางเมืองฮิตะ จึงไม่จำเป็นต้องเช่ารถอะไร ใช้วิธีเดินหรือเช่าจักรยานตามหน้าสถานีรถไฟก็เพียงพอแล้ว

สำหรับผู้ที่เริ่มทริปจากสถานีฮิตะขอแนะนำให้ทานมื้อเที่ยงที่ร้านทาคารายะ (Takaraya) ด้านหน้าสถานีรถไฟกันก่อนเลย โดยมีเมนูแนะนำประจำร้านเป็นราเมงสไตล์ จัมปง

ตอนคิดเงินก็อย่าลืมลองถามคุณซาซากิเจ้าของร้านกันดูนะคะว่ามีข้าวกล่องคิโคริเมชิ (Kikorimeshi) ขายรึเปล่า (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)

ถึงแม้ว่าทางร้านจะมีข้าวกล่องคิโคริเมชิเตรียมเอาไว้หรือไม่ก็ตาม แต่เจ้าของร้านจะต้องตกใจที่เห็นว่าเพื่อนๆ รู้จักข้าวกล่องต้นตำรับของเมืองฮิตะอย่างแน่นอน รับรองว่าคุยต่อได้อีกยาวค่ะ

หากจองเอาไว้ล่วงหน้า ทางร้านจะทำข้าวกล่องเตรียมเอาไว้ในวันถัดไป บอกเลยว่าห้ามพลาดโอกาสทองแบบนี้ด้วยประการทั้งปวงค่ะ!

ทาคารายะ (Takaraya)

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

ต่อไปก็ได้เวลามุ่งหน้าไปยัง ซีเนมาเทค ลิเบอร์เต (Cinematheque Liberte) โรงภาพยนตร์ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเมืองฮิตะ

ถึงแม้ว่าเป้าหมายของเราจะไม่ใช่การดูหนัง แต่เพียงแค่ไปสั่งกาแฟสักแก้วและนั่งคุยกับคุณฮาระเจ้าของร้านเกี่ยวกับเมืองฮิตะก็จะได้รู้เรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่างตั้งแต่อีเว้นท์ทางวัฒนธรรมล่าสุดไปจนถึงประวัติศาสตร์ของเมืองฮิตะเลยทีเดียว

แถมเรายังสามารถชมผลงานหัตถกรรม หนังสือ และผลงานศิลปะฝีมือศิลปินท้องถิ่นได้ด้วย ถ้าถูกใจผลงานชิ้นไหนก็อย่าลืมซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกกันด้วยนะ

ซีเนมาเทค ลิเบอร์เต (Cinematheque Liberte)

ดูแผนที่และข้อมูล
movie_theater

ส่วนมื้อเย็นแนะนำให้แวะไปฝากท้องกันที่ร้านสเต็ก & โรงน้ำชา วาคุระ (steak & tea salon WAKURA) เลียบแม่น้ำมิคุมะ (Mikuma River) ที่ปกคลุมไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็นสวยงามมาก และยังเป็นโอกาสให้เราได้พูดคุยกับเชฟที่พูดเก่งเป็นกันเองหรือเจ้าของร้านที่เกิดและเติบโตมากับเมืองฮิตะอีกด้วยนะ

ร้านสเต็ก & โรงน้ำชา วาคุระ (steak & tea salon WAKURA)

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

หลังมื้อเย็นลองแวะมานั่งดื่มชิลล์ๆ สักแก้วที่ร้าน bajio เลียบแม่น้ำฮานัตสึกิ (Hanatsuki River) สุดเขตมาเมดะมาจิกันไหมคะ?

bajio คาเฟ่บาร์ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนกันมากมายแห่งนี้เป็นสถานที่ชุมชนที่สามารถพบปะพูดคุยกับคุณเซโตะกุจิเจ้าของร้านและผู้คนท้องถิ่นได้อย่างง่ายๆ

หลังจากค้างคืนที่ซุยโคะมาเรโซ (Suikomareso) (*ต้องจองล่วงหน้า) ติดกับ bajio ในวันรุ่งขึ้นก็ออกไปเดินเล่นชมเมืองมาเมดะมาจิกันต่อเลย

bajio

ดูแผนที่และข้อมูล
cafehome_goods_storerestaurantstore

เดินทะลุเมืองมาเมดะมาจิมาก็จะถึง Hazebo coffee ที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกด้านหน้าที่ทำการอำเภอเมืองฮิตะ

ถ้าใครมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้านที่ย้ายมาจากโตเกียวก็จะได้รู้ถึงเสน่ห์ของเมืองฮิตะในมุมมองที่แตกต่างออกไป

เข้ามานั่งผ่อนคลายสักพักก็ออกไปเดินเล่นสัมผัสชีวิตประจำวันของเมืองฮิตะที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวกันดูสักหน่อย โดยขอแนะนำให้แวะไปเที่ยวชมศาลเจ้าโอฮาระฮาจิมังกู (Oharahachimangu) ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เลยค่ะ

HAZEBO COFFEE

ดูแผนที่และข้อมูล
cafestore

สำหรับใครที่เลือกแผนเที่ยวสายนี้จะได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเมืองฮิตะและสัมผัสความสุขจากเสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองนี้กันแบบเต็มๆ ในเวลา 2 วัน 1 คืน

สรุปแผนเที่ยวฮิตะสำหรับสายวัฒนธรรม

สถานีฮิตะ (Hita) → ทาคารายะ (Takaraya) → ซีเนมาเทค ลิเบอร์เต (Cinematheque Liberte) → ร้านสเต็ก & โรงน้ำชา วาคุระ (steak & tea salon WAKURA) → bajio → ซุยโคะมาเรโซ (Suikomareso : ค้างคืน) → เมืองมาเมดะมาจิ (Mamedamachi) → Hazebo coffee → ศาลเจ้าโอฮาระฮาจิมังกู (Oharahachimangu) → ฮิตะบัสเซ็นเตอร์ (Hita Bus Center) สถานีฮิตะ

บทส่งท้าย

เพื่อนๆ เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าเมืองฮิตะที่ตั้งอยู่ใจกลางทางตอนเหนือของคิวชูแห่งนี้เต็มไปด้วยไฮไลท์น่าสนใจมากมายขนาดไหน

ไม่ว่าจะเป็นสายชิลล์ สายกิจกรรม หรือสายวัฒนธรรมก็สามารถท่องเที่ยวเมืองฮิตะได้อย่างเต็มอิ่มเหมือนกันหมด

ทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้าต้องใส่เมืองฮิตะของจังหวัดโออิตะเอาไว้ในตัวเลือกบ้างแล้วล่ะ!

 

Sponsored by Hita City Tourism Department

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง