Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

10 สถานที่ชมซากุระห้ามพลาดหากได้มาเยือนคันไซ! (รวมโอซาก้า เกียวโต)
  • MATCHA
  • Interest
  • 10 สถานที่ชมซากุระห้ามพลาดหากได้มาเยือนคันไซ! (รวมโอซาก้า เกียวโต)

10 สถานที่ชมซากุระห้ามพลาดหากได้มาเยือนคันไซ! (รวมโอซาก้า เกียวโต)

2019.02.23 บทความที่ชอบ

ภูมิภาคคันไซ เป็นที่รู้จักกันว่ามีมรดกโลกอยู่มากมายหลายแห่งและเป็นแหล่งรวมอาหารการกินอันหลากหลาย ในครั้งนี้เราขอแนะนำ 10 สถานที่ชมซากุระในคันไซ!! ตั้งแต่เมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตไปจนถึงเมืองแห่งอาหารสุดอร่อยอย่างโอซาก้ากันเลยจ้า

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA

ชมซากุระในภูมิภาคคันไซ

เกียวโต เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตแม้แต่ในหมู่คนญี่ปุ่นเอง และ โอซาก้า แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองจังหวัดนี้ต่างรวมอยู่ในภูมิภาคเดียวกันนั่นคือ ภูมิภาคคันไซ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่รู้จักกันในนามแหล่งมรดกโลกและแหล่งอาหารการกินอันหลากหลาย

แน่นอนว่าที่นี่ต้องมีแหล่งชมซากุระสวยงามอยู่มากมาย! นอกจากเกียวโต และโอซาก้าแล้ว 10 สถานที่แนะนำในครั้งนี้ยังมีสถานที่ในจังหวัดข้างเคียงทั้งในนารา ในชิกะ และเฮียวโกะด้วยค่ะ สามารถเดินทางไปมาถึงกันด้วยรถไฟได้อย่างสะดวกสบาย


Himeji Castle ไกด์นำเที่ยวฮิเมจิแบบจัดเต็ม! ข้อมูลการเดินทาง・แหล่งท่องเที่ยว・ข้อมูลปราสาทฮิเมจิ・ของฝากKobe Oji Zoo สวนสัตว์โกเบโอจิที่สามารถเพลิดเพลินกับทั้งไจแอนแพนด้าและโคล่าได้

พยากรณ์ซากุระบานปี 2019 แบ่งตามสถานที่

โดยเฉลี่ยซากุระในภูมิภาคคันไซจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
ข้อมูลวันที่จะบานโดยคร่าวๆ นั้นคือ

สารบัญ

1. เกียวโต (Kyoto) : 24 มีนาคม
2. โอซาก้า (Osaka) : 24 มีนาคม
3. นารา (Nara) : 26 มีนาคม
4. ชิกะ (Shiga) : 30 มีนาคม 
5. เฮียวโกะ (Hyogo) หรือ โกเบ (Kobe) : 25 มีนาคม

ส่วนข้อมูลวันที่ซากุระบานล่าสุดทั่วประเทศญี่ปุ่นสามารถดูได้จาก

 

เกียวโต (Kyoto)

1. ซากุระกลางคืนต้องที่สวนมารุยามะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : JAPAN LIBRARY©Y.Shimizu/©JNTO

สวนมารุยามะ (Maruyama Park) คือ สวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเกียวโต สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1886 สวนญี่ปุ่นที่มีทั้งน้ำพุและต้นฟูจิ (วิสทีเรีย) ทำให้เราสามารถชมทัศนียภาพอันหลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาลได้ ภายในสวนมีร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านกาแฟที่บริการขนมญี่ปุ่นตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ และยังมีลานแสดงดนตรีกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน เรียกได้ว่าเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจระหว่างเดินเที่ยวได้อีกด้วย

ในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่นับเป็นสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่อสุดคึกคักในหมู่นักท่องเที่ยวเพราะมีซากุระกว่า 800 ต้นบานสะพรั่งสวยงามสุดๆ ไฮไลท์อันดับ 1 ของที่นี่คือต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อยชิดาเระซากุระต้นใหญ่ที่ได้รับการขนามนามว่า "ซากุระยามค่ำคืนแห่งกิอง"

บรรยากาศยามค่ำคืนเมื่อประดับไฟนั้นเรียกได้ว่าเป็นทัศนียภาพสุดงามอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่นเลยค่ะ การประดับไฟตอนกลางคืนจะมีในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงเวลาเที่ยงคืนค่ะ

วิธีเดินทาง
- โดยรถไฟ
ลงรถที่สถานี Gion-shijo สาย Keihan Main Line เดินอีกประมาณ 10 นาที
- โดยรถบัส
จากสถานีเกียวโต ทางออกกลาง (Central Exit) ขึ้นรถบัสสาย 100 หรือสาย 206 ราคา 230 เยนไปลงที่ป้าย Gion แล้วเดินประมาณ 5 นาที

2. เจดีย์ 5 ชั้นท่ามกลางซากุระที่วัดไดโกะจิ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : JAPAN PHOTO LIBRARY ©Q.Sawami/©JNTO

หนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรม วัดไดโกะจิ (Daigoji) แห่งเกียวโต

นอกเหนือจากเป็นวัดที่มีผู้ศรัทธาแวะเวียนมาสักการะแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เราสามารถชมสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เจดีย์ 5 ชั้นอายุกว่าพันปี และ ซัมโปอิน สวนญี่ปุ่นที่สวยงามได้ในแห่งเดียว ในบรรดาของเก่าแก่ทั้งหมดในวัดนี้มีสมบัติของชาติอยู่ 75,522 ชิ้น และมีสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าอยู่ 425 ชิ้น นอกจากนั้นก็เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมเช่นพระพุทธรูปและภาพวาดอีกกว่า 150,000 ชิ้นเลยทีเดียว นับเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานค่ะ

ภายในบริเวณอันกว้างใหญ่ของวัดแห่งนี้มีต้นซากุระอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นและทัศนียภาพของดอกซากุระได้อย่างเต็มอิ่ม ว่ากันว่าโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ โชกุนผู้ปกครองญี่ปุ่นราวเมื่อ 400 ก่อนก็มักมาชมดอกไม้ที่วัดไดโกะจิแห่งนี้ด้วย

เวลาเข้าชม
9:00 - 17:00 (ประตูเข้าปิด 16:30)
(เวลาของช่วงวันที่ 1 มีนาคม - วันอาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม)

ค่าเข้าสักการะ
ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักเรียนมัธยมต้น-ปลาย 1,000 เยน นักเรียนประถมเข้าฟรี
(ราคาของช่วงฤดูใบไม้ผลิต วันที่ 20 มีนาคม-15 พฤษภาคม)

วิธีเดินทาง
- โดยรถไฟ
เดินจากสถานี Daigo สาย Subway Tozai Line ทางออกหมายเลข 2 เดินประมาณ 15 นาที
- โดยรถบัส
จากหน้าสถานีรถไฟ Kyoto ทางออก Hachijo Exit รอรถที่ป้ายหมายเลข H4 ขึ้นรถบัสของ Keihan Bus สายที่วิ่งไป Yamashina ใช้เวลา 30 นาที ลงที่ป้าย Daigoji ราคาผู้ใหญ่ 300 เยน เด็กไม่เกินประถม 150 เยน

โอซาก้า (Osaka)

3. ดูซากุระชิลล์ๆ ที่แม่น้ำโอคาว่า

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©Osaka Convention & Tourism Bureau

แม่น้ำโอคาว่า (Okawa River) ที่ไหลผ่านด้านหน้าของปราสาทโอซาก้า และยังเป็นที่ตั้งของจุดชมซากุระริมแม่น้ำขึ้นชื่อสองแห่งคือ สวน เคมะซากุระโนะมิยะ (Kema Sakuranomiya Park) บนฝั่งของเขต Miyakojima และ โรงกษาปณ์ (Japan Mint Bureau) ใกล้สะพาน Tenmabashi บนฝั่งของเขต Kita

โดยเฉพาะช่วงระหว่างสะพาน Tenmabashi จนถึงสะพาน Sakuranomiyabashi จะมีต้นซากุระถึงประมาณ 4,800 ต้น ทำให้มีผู้มาชมความงามของดอกซากุระอย่างเนืองแน่นทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยค่ะ

สวนเคมะซากุระโนะมิยะ เป็นสวนสาธารณะกว้างขวางยาวถึง 4.2 กิโลเมตรที่ครอบคลุมทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำโอกาวะ ริมแม่น้ำทางฝั่งขวานั้นเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมต้นยุคเมจิ เช่น โรงกษาปณ์ และ เซ็มปุคัง (Senpukan) อาคารแบบตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในโอซาก้า

เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูดอกซากุระบาน ถนนที่ขนาบไปด้วยต้นซากุระจะถูกย้อมไปด้วยสีชมพูสดใส ทำให้เราสามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำอันสวยงามได้ และสามารถเพลิดเพลินกับเรือสำราญชมดอกไม้ริมแม่น้ำโอกาวะได้ด้วย

วิธีเดินทาง
ด้วยรถไฟสาย JR สามารถลงที่สถานี Sakuranomiya สถานี Osakajo-kitazume หรือสถานี Tenmabashi ก็ได้

4. ปิกนิกพร้อมชมซากุระที่สวนอนุสรณ์บัมปาคุ

太陽の塔 桜

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สำนักงานสวนอนุสรณ์บัมปาคุ โอซาก้า

สวนอนุสรณ์บัมปาคุ (The Expo’70 Commemorative Park) เป็นสวนสาธารณะที่ถูกสร้างในพื้นที่ของสถานที่จัดงานมหกรรมโลก World Expo เมื่อครั้งประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปีค.ศ. 1970 อาคารส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนไปหมดยกเว้น หอคอยพระอาทิตย์ (Tower of the Sun) ผลงานของ โอคาโมโตะ ทาโร ศิลปินผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ที่ยังคงตั้งตระหง่านและเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซาก้า

ภายในสวนมีซากุระ 9 สายพันธุ์ เช่น โซเมโยชิโนะ และชิดาเระซากุระ รวมกว่า 5,500 ต้น โดยบริเวณหน้าหอคอยพระอาทิตย์จะเป็นซากุระสายพันธุ์ โอชิมะซากุระ มีจุดเด่นคือกลีบดอกสีขาวใหญ่ 5 กลีบและกลิ่นหอมจางๆ

ในสวนมีลานกว้างอยู่หลายแห่ง หากได้มานั่งปิกนิก ทานข้าวกล่องจิบดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมชมซากุระในสวนไปด้วยน่าจะดีไม่น้อยเลยค่ะ

ค่าเข้าชม (สวนญี่ปุ่น กับสวนธรรมชาติและวัฒนธรรม)
ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็กไม่เกินมัธยมต้น 70 เยน

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟโอซาก้า โมโนเรล ลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen หรือสถานี Koen-Higashiguchi
(หากต้องการไปหอคอยพระอาทิตย์ ให้ลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen จะใกล้กว่า)

นารา (Nara)

5. ชมสัตว์ใต้ต้นซากุระที่สวนสาธารณะนารา

เอื้อเฟื้อภาพโดย : Nara Visitors Bureau ©

สวนสาธารณะนารา (Nara Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่อันเป็นที่ตั้งของมรดกโลกอย่างวัดโทไดจิ อาคารคลังสมบัติชาติโชโซอิน วัดโคฟุกุจิ ฯลฯ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางป่าและกระรอกป่า ที่มักมาเดินเล่นใต้ต้นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ

ภายในสวนจะมีซากุระสายพันธุ์ นาราโนะยาเอะซากุระ (Naranoyaezakura) เป็นซากุระพันธุ์กลีบซ้อน แต่มีจุดเด่นที่ดอกขนาดเล็กกว่าซากุระพันธุ์กลีบซ้อนอื่นๆ

การได้ชมซากุระท่ามกลางสีเขียวชอุ่มของผืนหญ้ากว้างใหญ่ แถมยังได้เห็นสัตว์น่ารักๆ ถือเป็นเสน่ห์ของที่นี่ค่ะ

วิธีเดินทาง
- นั่งรถไฟสาย Kintetsu Nara Line ลงที่สถานี Kintetsu Nara ทางออกหมายเลข 3 เดิน 5 นาที
- นั่งรถไฟสาย JR ลงที่สถานี Nara ทางออกทิศตะวันออก (East Exit) เดิน 20 นาที

*หากนั่งรถไฟสาย JR ลงที่สถานี Nara แนะนำให้ใช้บริการรถบัส โดยออกจากทางออกทิศตะวันตก (West Exit) ด้านหน้าสถานีจะมีป้ายหมายเลข R12 รถบัส Gurutto Bus "Nara Park Route" ใช้เวลาประมาณ 9 นาที ราคา 100 เยน

6. เที่ยวงานเทศกาลที่ปราสาทโคริยามะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเมืองยามาโตะโคริยามะ

เมืองยามาโตะโคริยามะทางด้านเหนือของจังหวัดนารา เป็นที่ตั้งของจุดท่องเที่ยวยอดนิยมนั่นคือ เมืองรอบปราสาทและซากปราสาทโคริยามะ (Koriyama Castle)

บริเวณปราสาทโคริยามะที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1580 แห่งนี้เป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของนารา และมีอีกชื่อเรียกว่า โกะเท็นซากุระ (Gotenzakura) ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ดอกซากุระบาน จะมีการจัดงาน "เทศกาลแห่งปราสาท ยามาโตะโคริยามะ" มีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืน งานประกวดปลาทอง ขบวนพาเหรด และกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟสาย Kintetesu Kashihara Line ลงที่สถานี Kintetsu Koriyama เดินประมาณ 10 นาที

7. ให้โลกเป็นสีชมพูที่ภูเขาโยชิโนะ

吉野山 桜

เอื้อเฟื้อภาพโดย:ฝ่ายสนับสนุนการท่องเที่ยว เมืองโยชิโนะ

ภูเขาโยชิโนะ (Mount Yoshino) ภูเขาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมทั้งลูกแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดนารา ด้วยซากุระกว่า 30,000 ต้นที่ขึ้นอยู่ทั่วภูเขา จึงได้รับการจัดให้เป็นสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

พื้นที่บนเขาจะถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน เริ่มจากด้านล่าง ชิโมะเซมบง (Shimosenbon) นากะเซมบง (Nakasembon) คามิเซมบง (Kamisembon) และสุดท้าย โอคุเซมบง (Okusembon) โดยซากุระจะเริ่มบานจากชิโมะเซมบง แล้วค่อยๆ ไล่ขึ้นไปสู่บนยอดเขาอย่างสวยงาม

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟสาย Kintetesu Yoshino Line ลงที่สถานี Yoshino
เดินประมาณ 3 นาทีไปยังสถานีกระเช้าโรปเวย์ Sembonguchi นั่งกระเช้าขึ้นไปสู่สถานี Yoshinoyama
โรปเวย์ใช้เวลา 3 นาที ผู้ใหญ่ 360 เยน เด็ก 180 เยน
สามารถชมความงามของซากุระบริเวณชิโมะเซมบงได้ระหว่างนั่งกระเช้า
* สามารถเดินเขาขึ้นไปได้สำหรับผู้ที่ต้องการไปชมบริเวณตั้งแต่ นากะเซมบง ขึ้นไป

ชิกะ (Shiga)

8. รายล้อมไปด้วยซากุระ ที่ปราสาทฮิโกเนะ

彦根城 桜

เอื้อเฟื้อภาพโดย:สมาคมท่องเที่ยวฮิโกเนะ
ปราสาทฮิโกเนะ (Hikone Castle) สมบัติชาติที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระที่รายล้อมปราสาทกว่า 1,200 ต้นจะพากันออกดอกสวยงาม และยังมีการประดับไฟให้ชมความงามของซากุระยามค่ำคืนด้วย

ปราสาทฮิโกเนะมีตัวมาสคอตยูรุคารา (Yuru Chara) ที่ชื่อว่า ฮิโกะเนียง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดทั่วประเทศในปีค.ศ. 2010 มาแล้ว ฮิโกะเนียงจะออกมาทักทายนักท่องเที่ยววันละ 3 ครั้งเลยนะ ถ้าโชคดีเราอาจจะได้จับมือกับฮิโกะเนียงก็ได้

เวลาเข้าชมปราสาท
8:30 - 17:00 น.

เวลาเข้าชมซากุระกลางคืน
วันที่ 1 - 20 เมษายน เวลา 18:00 - 21:00 น. (วันและเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ค่าเข้าชม
ปราสาทฮิโกเนะ และสวนเก็งคิวเอ็น (Genkyuu-en) ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็กไม่เกินมัธยมต้น 200 เยน

วิธีเดินทาง
เดินทางโดยรถไฟสาย JR สถานี Hikone ออกจากสถานีทางออกตะวันตก (West Exit) เดินประมาณ 20 นาที

เฮียวโกะ (Hyogo) หรือโกเบ (Kobe)

9. เพลิดเพลินกับซากุระได้ทั้งวันที่ปราสาทฮิเมจิ

姫路城 桜

จากบทความ ไกด์นำเที่ยวฮิเมจิแบบจัดเต็ม! (ข้อมูลการเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลปราสาทฮิเมจิ ของฝาก)

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทหลังใหญ่สีขาวโดดเด่นที่ได้รับขนานนามว่า "ปราสาทนกกระยางขาว" ปราสาทแห่งนี้ตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามากว่า 400 ปี โดยไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามใดๆ เลยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก และยังเป็นสถานที่แรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของญี่ปุ่นอีกด้วย

ในพื้นที่รอบปราสาทมีต้นซากุระหลากพันธุ์ เช่น โซเมโยชิโนะ และชิดาเระซากุระ รวมกว่า 1,000 ต้นออกดอกสีชมพูช่วยประดับประดาปราสาทฮิเมจิให้สวยงาม จนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ชมซากุระทั่วญี่ปุ่น

นอกจากงานเทศกาลในช่วงกลางวันที่มีจัดกิจกรรมต่างๆ แล้ว ช่วงกลางคืนก็มีการประดับไฟด้วย ทำให้มีผู้คนมาเยี่ยมชมตลอดทั้งวัน

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็กไม่เกินมัธยมปลาย 300 เยน

วิธีเดินทาง
เดินทางโดยรถไฟสาย JR สถานี Himeji ทางออกกลาง (Central Exit) เดินประมาณ 20 นาที

10. ซากุระริมน้ำที่แม่น้ำชุคุกาวะ

夙川 桜

เอื้อเฟื้อภาพโดย:ฝ่ายสวนสาธารณะ สำนักงานเขตนิชิโนะมิยะ

แม่น้ำชุคุกาวะ (Shukugawa River) เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองนิชิโนะมิยะด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเฮียวโกะ พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจทั้งของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน

จุดเด่นของที่นี่คือสามารถชมซากุระพันธุ์พิเศษที่มีเฉพาะในพื้นที่นี้ เช่น ชุคุกาวะไมซากุระ (Shukugawamai-zakura) นิชิโนะมิยะกงเก็งไดระซากุระ (Nishinomiyagongendaira-zakura) และพันธุ์อื่นๆรวม 1,660 ต้นได้ตลอดริมฝั่งแม่น้ำ และเคยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ชมซากุระทั่วญี่ปุ่นอีกด้วย

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟสาย Hankyu Kobe Line ลงที่สถานี Hankyu Shukugawa ทางออกทิศเหนือ (North Exit)
หรือรถไฟสาย Hankyu Koyo Line ลงที่สถานี Kurakuen-Guchi ทางออกทิศตะวันออก (East Exit) ออกจากสถานีจะเจอแม่น้ำทันที

เพลิดเพลินกับการชมซากุระในภูมิภาคคันไซ

ดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่กลายมาเป็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ซากุระเท่านั้น แต่ยังสามารถชมเมืองและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นได้พร้อมๆ กันอีกด้วย อย่าลืมหาโอกาสมาเที่ยวชมซากุระที่ภูมิภาคคันไซในช่วงฤดูใบไม้ผลิให้ได้นะคะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง