แนะนำ 15 สถานที่ชมซากุระบานยอดนิยมในเกียวโต (ข้อมูลปี 2018)

แนะนำ 15 สถานที่ชมซากุระบานยอดนิยมในเกียวโต (ข้อมูลปี 2018)

จังหวัด เกียวโต 2018.03.15

สเน่ห์ของการมาเที่ยวเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิคือการได้ชมวัดวาอารามและบ้านเรือนในบรรยากาศเมืองเก่าที่ประดับประดาไปด้วยสีชมพูของซากุระไปทุกมุมเมือง ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 15 สถานที่ชมซากุระทั้งจุดชมยอดนิยม และจุดชมคนน้อยที่คนไม่ค่อยรู้กัน!

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

การชมซากุระ ในเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตนับเป็นกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิเลยก็ว่าได้

ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ในเมืองกิอง สะพานไม้โทเกสึที่มีฉากหลังเป็นเขาอาราชิยามะ หรือภายในสวนญี่ปุ่นอันงดงามของวัดโคไดจิ ซากุระที่บานสะพรั่งปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเก่าแห่งนี้ ดูงดงามชวนฝันราวกับภาพวาดโบราณในม้วนกระดาษ ทำให้เราสามารถสัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูชมซากุระตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายนก็ยังมีการจัดงานประดับไฟซากุระกลางคืนตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ชมซากุระห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ และข้อควรรู้เรื่องสภาพอากาศและการแต่งกายเพื่อให้การชมซากุระได้เต็มที่ สนุกสนานเพลิดเพลินมากขึ้นกว่าที่เคยกันค่ะ

ฤดูกาลชมซากุระในเกียวโต

15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

ช่วงเวลาชมซากุระในเกียวโตคือตั้งแต่ต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพอากาศในแต่ละปี ช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคมในแต่ละปีจะมีการประกาศเกี่ยวกับช่วงเวลาเริ่มบานของซากุระ ส่วนช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนมักจะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น

แต่อย่าลืมว่าบางสายพันธุ์ของซากุระก็เริ่มบานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม บ้างก็เริ่มบานช่วงกลางเดือนเมษายน

ปกติช่วงเวลาบานของซากุระจะมีระยะเวลาประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดฝนตกก็อาจทำให้ซากุระร่วงโรยได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เช็คสถานการณ์ซากุระจากเว็บไซต์หลักของแต่ละสถานที่ก่อนไปเที่ยวจริงเสมอ

 สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์หลักๆ ของซากุระสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "มาทำความรู้จักกับซากุระทั้ง 5 สายพันธุ์กัน"

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

พยากรณ์ดอกซากุระบานปี 2018 บานเมื่อไหร่ และชมซากุระที่ไหนสวย มาดูกัน!

สถานที่ชมซากุระแนะนำ

京都の桜を満喫!花見のベストスポット15と楽しむためのヒント

ภาพจากบทความ : 5 แหล่งชมซากุระสุดชิลล์ห้ามพลาดในคาเมโอกะ เกียวโต!

ในเกียวโตเต็มไปด้วยสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่อมากมาย และส่วนใหญ่มักจะเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย

การชมซากุระในเกียวโตนั้น แนะนำให้ลองเลือกแหล่งชมซากุระจากเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็น "อยากชมซากุระพลางเดินเล่นริมแม่น้ำ" "อยากชมซากุระโดยมีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมวัดวาอารามสวยๆ" หรือ "อยากชมซากุระตามแหล่งมรดกโลก" เป็นต้น นอกจากนี้บางแห่งก็มีการจัดประดับไฟตอนกลางคืนให้เราได้ดื่มด่ำกับ "การชมซากุระตอนกลางคืน" ที่ได้บรรยากาศชวนฝันของซากุระที่แตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง

ในครั้งนี้เราขอจัดอันดับสถานที่ตามพยากรณ์ช่วงเวลาเริ่มบานของซากุระ เพื่อทุกคนจะได้สามารถวางแผนท่องเที่ยวได้สะดวกมากขึ้น

สถานที่ชมซากุระที่เริ่มบานช่วงต้นเดือนมีนาคม

1. ศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano Shrine)

ศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano Shrine) เป็นแหล่งชมซากุระขึ้นชื่อของเกียวโต เป็นที่รู้จักในฐานะ "ซากุระยามค่ำคืนแห่งฮิราโนะ" มาตั้งแต่สมัยเอโดะ

ระหว่างช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จะมีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืนอย่างสวยงามจนถึงเวลา 21:00

ภายในศาลเจ้ามีต้นซากุระประมาณ 50 - 60 สายพันธุ์รวมไปถึงสายพันธุ์สุดแปลกที่ไม่ค่อยได้เห็นกันด้วย

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม พันธุ์โมโมะซากุระ (Momozakura) จะเริ่มบาน ตามมาด้วยซากุระสายพันธุ์อื่นๆ อีกมากเช่น ซากิกาเคะซากุระ (Sakigakezakura) เนซาเมะซากุระ (Nezamezakura) ฮิราโนะอิโมเสะซากุระ (Hiranoimosezakura) และโซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) เรียงแถวกันบานสะพรั่งจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระได้ตลอดทั้งเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน

เวลาทำการ 6:00 - 17:00 (ช่วงฤดูชมซากุระ เปิดถึงเวลา 21:00)

วิธีเดินทาง
จากสถานี JR Kyoto นั่งรถบัสสาย 50 หรือ 205 (ปลายทาง Kitaoji Bus Terminal) ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ลงที่ป้าย Kinugasako-mae จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที

สถานที่ชมซากุระที่เริ่มบานช่วงกลางเดือนมีนาคม

2. สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต (Kyoto Botanical Garden)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต
ภายในสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้มีต้นซากุระกว่า 130 สายพันธุ์ เช่น คันฮิซากุระ (Kanhizakura) โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ยาเอะเบนิชิดาเระ (Yaebenishidare) และคิคุซากุระ (Kikuzakura) สามารถมาชมความงานของซากุระสายพันธุ์ต่างๆ ได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน

นอกจากซากุระยังมีพรรณไม้รวมมากกว่า 120,000 ต้นจัดแสดงอยู่ภายใน และยังเป็นที่ตั้งของสวนเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย พลาดไม่ได้เลยสำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับพรรณไม้ต่างๆ

สามารถไปเดินเล่นชมสวนที่มีต้นซากุระมากกว่า 450 ต้นได้ที่ทางด้านเหนือของสวนเรือนกระจกแห่งนี้

เวลาทำการ 9:00 - 17:00 (เข้าสวนได้ถึงเวลา 16:00)
ระหว่างช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จะมีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืนจนถึงเวลา 21:00 (เข้าสวนได้ถึงเวลา 20:00)

ค่าเข้าสวน ผู้ใหญ่ 200 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 150 เยน

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ลงที่สถานี Kitayama ทางออกหมายเลข3 จะถึงทันที หรือลงที่สถานี Kitaoji ทางออกหมายเลข 3 เดินออกไปทางแม่น้ำคาโมะกาวะประมาณ 10 นาที

3. ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) ปราสาทมรดกโลกหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดนิยมของเหล่าผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพราะปราสาทแห่งนี้คือหนึ่งในที่พำนักของโชกุน โทกุกาวะ อิเอยาสุ (*1)

ภายในบริเวณปราสาทมีต้นซากุระมากกว่า 50 สายพันธุ์ เช่น โอชิดาเระซากุระ (Oshidarezakura) ยาเอะเบนิชิดาเระ (Yaebenishidare) โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ยามะซากุระ (Yamazakura) โอชิมะซากุระ (Oshimazakura) คันฮิซากุระ (Kanhizakura) ซาโตะซากุระ (Satozakura) รวมประมาณ 400 ต้นผลัดกันบานให้ชมตลอดช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน

เวลาทำการ 8:45 - 17:00 (เข้าสวนได้ถึงเวลา 16:00)
ระหว่างช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน จะมีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืนในเวลา 18:00 - 21:30

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 600 เยน นักเรียนมัธยม 350 เยน นักเรียนประถม 200 เยน
ค่าเข้าในช่วงเวลาประดับไฟกลางคืน ผู้ใหญ่ 400 เยน นักเรียนประถม-มัธยม 200 เยน

*1 : โทกุกาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนเอโดะและเป็นโชกุนคนแรกของตระกูลโทกุกาวะที่สืบทอดอำนาจปกครองญี่ปุ่นยาวนานกว่า 200 ปี

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงที่สถานี Nijojo-mae ทางออกหมายเลข 1 จะถึงทันที
รถบัส จากหน้าสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 9, 50 หรือ 101 (ปลายทาง Nishigamoshako-mae) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงที่ป้าย Nijojo-mae

4. วัดโทจิ (Toji Temple)

วัดโทจิ (Toji Temple) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "วัดเคียวโอโกะโคคุจิ (Kyo-o-gokoku-ji Temple)" จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือเจดีย์ห้าชั้นที่มีฉากหน้าเป็นซากุระมากมายกว่า 200 ต้น

ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนมีนาคมจะมีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืนที่ดูงดงามราวกับภาพวาด โดยมีต้น "ฟุจิซากุระ" อายุกว่า 130 ปีเป็นจุดเด่น

ภายในสวนยังมีต้นคาวาสึซากุระ (Kawazu-zakura) ซึ่งเป็นซากุระสายพันธุ์ที่บานเร็วอยู่ด้วย จึงสามารถมาชมซากุระได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายน

เวลาทำการ 8:00 - 17:00
ระหว่างช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนมีนาคม จะมีการประดับไฟให้ชมซากุระกลางคืนจนถึงเวลา 22:00

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 500 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 400 เยน นักเรียนประถม - มัธยมต้น 300 เยน
ค่าเข้าในช่วงเวลาประดับไฟกลางคืน นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป 500 เยน นักเรียนประถม - มัธยมต้น 300 เยน

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดิน Kintetsu Kyoto ลงที่สถานี Toji เดินต่อประมาณ 10 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 78 (ปลายทาง Kuzekogyodanchi) ใช้เวลาประมาณ 13 นาที ลงที่ป้าย Toji Minamimon-mae

สถานที่ชมซากุระที่เริ่มบานช่วงปลายเดือนมีนาคม

5. สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : GRAPHIC Co., Ltd.
สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park) คือสวนสาธารณะซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้คนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจชั้นแนวหน้าในเมืองเกียวโต ภายในสวนมีต้นซากุระกว่า 680 ต้น ทำให้ในช่วงชมซากุระมักจะคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินทางมาชมซากุระอยู่เป็นประจำทั้งกลางวันและกลางคืน

โดยปกติแล้วปลายเดือนมีนาคม ชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) จะเริ่มบานก่อนใครและตามมาด้วย โซเมโยชิโนะซากุระ (Someiyoshino) ยามะซากุระ (Yamazakura) และ ยาเอชิดาเระซากุระ (Yaeshidarezakura) ตามลำดับไปจนถึงกลางเดือนเมษายน

และที่เป็นสัญลักษณ์ของสวนแห่งนี้เลยก็คือต้นชิดาเระซากุระที่ชื่อว่า "ซากุระยามค่ำคืนแห่งกิอง (Gion no Yozakura)" ซากุระพันธุ์กิ่งย้อยอายุกว่า 80 ปีตามภาพนั่นเอง หลังจากพระอาทิตย์ตกดินจะมีการเปิดไฟประดับให้ชมความงามของซากุระแห่งกิองต้นนี้จนถึงเวลาตีหนึ่งเลย

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "จุดชมซากุระขึ้นชื่อในเกียวโต เดินชมซากุระบานจากย่านกิอง ถึงสวนสาธารณะมารุยามะ"

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงที่สถานี Higashiyama เดินต่อประมาณ 10 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 100, 110 หรือ 206 (คันที่ผ่าน Gion, Kiyomizu-dera Temple) ลงที่ป้าย Gion เดินต่อประมาณ 5 นาที

6. ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1895 ภายในศาลเจ้ามีต้นซากุระมากกว่า 20 สายพันธุ์รวม 300 ต้น โดยกว่าครึ่งเป็นพันธุ์ เบนิชิดาเระซากุระ (Benishidarezakura) นอกจากนั้นจะเป็นสายพันธุ์อื่นๆ คละกันไป เช่น โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ฮิกังซากุระ (Higanzakura) ยามะซากุระ (Yamazakura) ซาโตะซากุระ (Satozakura) และคันฮิซากุระ (Kanhizakura)

สีแดงชาดของตัวอาคารศาลเจ้าตัดกับหลังคาสีเขียวถูกสอดแทรกด้วยสีชมพูของซากุระก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพอันชวนฝันเหนือคำบรรยายจริงๆ

ช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัด "งานดื่มน้ำชาชมซากุระ (Kan-ouchakai)" และการแสดง "คอนเสิร์ตเบนิชิดาเระ (Benishidare Concert)" ชมการแสดงท่ามกลางซากุระที่ถูกประดับไฟอย่างสวยงาม

เวลาทำการ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม - 30 กันยายน เข้าสักการะได้ในเวลา 6:00 - 18:00
นอกเหนือจากช่วงเวลานี้เวลาจะแตกต่างกัน กรุณาตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการของศาลเจ้า

ค่าเข้าสักการะ ผู้ใหญ่ 600 เยน นักเรียนประถม 300 เยน (คอนเสิร์ตเบนิชิดาเระมีค่าเข้าชมต่างหาก)

บริเวณใกล้เคียงศาลเจ้าเฮอันเป็นที่ตั้งของแหล่งชมซากุระขึ้นชื่ออย่าง ถนนสายปรัชญา (The Philosopher's Walk) และ วัดคงไคโคเมียวจิ (Konkai-Komyoji Temple) ด้วย จึงขอแนะนำให้ลองแวะไปชมกันดูสักเล็กน้อยค่ะ

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงที่สถานี Higashiyama เดินต่อประมาณ 10 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 100 ลงที่ป้าย Okazaki Koen (Bijutsukan, Heian Jingu-mae) เดินต่อประมาณ 5 นาที

7. ภูเขาอาราชิยามะ (Arashiyama)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : GRAPHIC Co., Ltd.
ภูเขาอาราชิยามะ (Arashiyama) เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามขึ้นชื่อของเกียวโตที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ โดยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นแหล่งชมซากุระมาตั้งแต่ในอดีต ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามที่ภูเขาทั้งลูกถูกย้อมไปด้วยสีชมพูอ่อนของซากุระได้

บริเวณสะพานโทเกสึ (Togetsu Bridge) ที่ทอดข้ามแม่น้ำคะซึระ (Katsura River) ก็เต็มไปด้วยซากุระกว่า 1,500 ต้นทั้ง ยามะซากุระ (Yamazakura) โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ยาเอะซากุระ (Yaezakura) และชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) จะมาเดินชมธรรมชาติในตอนกลางวันหรือมาชมซากุระที่ประดับไฟในตอนกลางคืนก็ได้

นอกจากมาเดินเล่นแล้ว อาจจะเปลี่ยนไปนั่งรถไฟขบวนนำเที่ยว Sagano Romantic Train หรือลองนั่งเรือล่องแม่น้ำ สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่แบบเฉพาะตัวของอาราชิยามะดูก็น่าสนุกไม่น้อยเลย

วิธีเดินทาง
นั่งรถไฟสาย JR Sagano (หรืออีกชื่อคือ JR Sanin) ลงที่สถานี Saga-Arashiyama เดินต่อประมาณ 20 นาทีจะถึงสะพานโทเกสึ

8. วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera Temple)

วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera Temple) หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ "วัดน้ำใส" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากมายอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี เมื่อมองจากอาคารด้านในออกมาจะเห็นทัศนียภาพของซากุระกว่า 1,500 เคียงคู่กับ "ลานระเบียงคิโยมิสึ" ที่งดงามราวกับภาพวาดเลยก็ว่าได้ หลังพระอาทิตย์ตกดินขอแนะนำให้อยู่รอชมซากุระยามค่ำคืนของลานระเบียงคิโยมิสึและเจดีย์สามชั้น ที่ได้รับการประดับไฟอย่างสวยงามกันด้วยนะ

หากมีเวลาอยากแนะนำเส้นทางเดินเล่นกินลมชมวิวจากวัดคิโยมิสึ ผ่านสวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park)ไปยังกิองชิรากาวะ (Gion-shirakawa) เป็นเส้นทางชมซากุระที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งตอนกลางวันและบรรยากาศการประดับไฟในตอนกลางคืนเลย

เวลาทำการ 6:00 - 18:00
เวลาสักการะพิเศษในฤดูใบไม้ผลิ (วันที่ 30 มีนาคม - 8 เมษายน) 18:00 - 21:00

ค่าเข้าสักการะ ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็กประถม 200 เยน (สักการะในช่วงกลางคืน ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็กประถม 200 เยน)

หมายเหตุ ปัจจุบันส่วนต่างๆ ของวัดกำลังอยู่ในขั้นตอนบูรณปฏิสังขรณ์ตั้งแต่ปีค.ศ. 2017 โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 2020 ดังนั้นในช่วงนี้เราจะยังไม่สามารถชมทัศนียภาพของซากุระ และวัดคิโยมิสึได้อย่างเต็มที่ แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เห็นวัดคิโยมิสึในอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสได้เห็นกันง่ายๆ

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Keihan ลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo เดินต่อประมาณ 25 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 100 (ปลายทาง Ginkakuji Temple) หรือสาย 206 (ปลายทาง Kitaoji Bus Terminal ผ่าน Gion, Kiyomizu-dera Temple) ลงที่ป้าย Gojozaka หรือ Kiyomizu-michi เดินต่อประมาณ 15 นาที

9. วัดโคไดจิ (Kodaiji Temple)

วัดโคไดจิ (Kodaiji Temple) แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของต้นชิดาเระซากุระภายในสวนหินของวัดมาช้านาน

ในช่วงเวลาที่ซากุระบานเต็มที่จะมีการจัดไฟประดับไคซันโด (Kaizando) และอาคารอื่นๆ ในวัดที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคู่กับซากุระอย่างงดงาม รวมถึงการแสดงฉายภาพ 3 มิติแบบ Projection Mapping อันน่าตื่นตาด้วย

เวลาทำการ 9:00 - 17:30 (เข้าได้ถึงเวลา 17:00)
เวลาสักการะพิเศษช่วงมีซากุระกลางคืนและการแสดง Projection Mapping ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน - 22:00 (เข้าได้ถึงเวลา 21:30)

ค่าเข้าสักการะ ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กประถม 250 เยน

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ลงที่สถานี Shijo เดินต่อประมาณ 30 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 206 (ปลายทาง Kitaoji Bus Terminal) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงที่ป้าย Higashiyamayasui เดินต่อประมาณ 5 นาที

10. สวนเกียวโต เกียวเอน (Kyoto Gyoen National Garden)

สวนเกียวโต เกียวเอน (Kyoto Gyoen National Garden) หรือที่รู้จักกันในฐานะเซ็นทรัลพาร์คแห่งเกียวโต

ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมซากุระหลากพันธุ์ร่วม 1,000 ต้นภายในพื้นที่กว่า 400 ไร่ของสวนแห่งนี้ได้อย่างสบายๆ เช่น "ชิดาเระซากุระ" บริเวณร่องรอยคฤหาสน์ตระกูลโคโนเอะ และ "ซาโตะซากุระ" บริเวณลำธารเดมิสึ

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ลงที่สถานี Marutamachi ทางออกหมายเลข 1 เดินต่อประมาณ 3 นาที
รถบัส จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 4, 17 หรือ 205 (ปลายทาง Kamigamojinja-mae) ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ลงที่ป้าย Furitsu Idaibyoin-mae เดินต่อประมาณ 3 นาที

11. คลองยามาชินะ (Yamashina Canal)

คลองยามาชินะ (Yamashina Canal) เป็นส่วนหนึ่งของคลองส่งน้ำบิวะซึ่งคอยส่งน้ำจากทะเลสาบบิวะ (Biwa Lake) จากจังหวัดชิกะเข้าสู่ตัวเมืองเกียวโต

เราสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นซากุระจำนวน 800 ต้น ทั้งยามะซากุระ (Yamazakura) และโซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ได้อย่างสบายๆ

ใกล้ๆ กันนั้นยังมี วัดบิชามอนโด (Bishamon-do Temple) ที่มีต้นซากุระพันธุ์ชิดาเระซากุระอันแสนงดงามที่เรียกกันว่า "บิชามอนชิดาเระ (Bishamon Shidare)" ด้วย จึงขอแนะนำว่าอย่าลืมแวะไปชมกันด้วยเลย

วิธีเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ JR Yamashina 10 นาที

12. แม่น้ำทาคาเสะ (Takase River)

แม่น้ำทาคาเสะ (Takase River) แม่น้ำสายเล็กที่ไหลผ่านเขตคิยะมาชิ (Kiyamachi)

ตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตรนี้ ริมฝั่งแม่น้ำจะเต็มไปด้วยต้นซากุระร่วม 200 ต้น เช่นพันธุ์โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) นอกจากจะเดินชมซากุระแล้วยังเพลิดเพลินกับอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของเกียวโตที่อยู่สองฝั่งถนนไปพร้อมกันได้ด้วย

ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัดงานประดับไฟซากุระในชื่อ "ชิโมะคิยะมาชิ โยะซากุระ (Shimokiyamachi Yozakura)" ในช่วงเวลา 18:00 - 23:00 เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมาเดินเล่นชมซากุระยามค่ำคืน

วิธีเดินทาง
จากหน้าสถานี JR Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 4 (ปลายทาง Kamigamojinja-mae) ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ลงที่ป้าย Kawaramachisanjo จากนั้นเดินต่อประมาณ 6 นาที

สถานที่ชมซากุระที่เริ่มบานช่วงต้นเดือนเมษายน

13. ศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine)

ศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine) ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ศาลเจ้าคาโมะวาเคอิคาซึชิ (Kamowake-ikazuchi Shrine)" และได้รับด้วย

นอกจากมาชมความยิ่งใหญ่และความงามของศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว อีกสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้คือ ต้นชิดาเระซากุระอันแสนงดงามที่มีชื่อเรียกว่า "ไซโอซากุระ (Saiou-zakura)" และ "โกโฉะซากุระ (Gosho-zakura)" นั่นเอง "ไซโอ" หมายถึง เจ้าหญิงที่ยังมิได้เสกสมรสผู้มีหน้าที่รับใช้เทพเจ้าภายในราชวัง ส่วน "โกโฉะ" หมายถึง พระจักรพรรดิ ต้นซากุระทั้งสองต้นต่างแผ่กิ่งก้านโออ่าสง่างามดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาชมกันมากมาย

นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีซากุระสายพันธุ์อื่นๆ เช่น เบนิชิดาเระซากุระ (Benishidarezakura) ชิโระชิดาเระซากุระ (Shiroshidarezakura) โซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) และ ยามะซากุระ (Yamazakura) อีกมากกว่า 300 ต้นให้ได้ชม

เวลาทำการ 5:30 - 17:00 เปิดให้เข้าด้านในศาลเจ้าใหญ่เวลา 10:00 - 16:00
ค่าเข้าสักการะพิเศษ ผู้ใหญ่ 500 เยน นักเรียนถึงระดับมัธยมต้นฟรี

วิธีเดินทาง
- จากหน้าสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 9 (ปลายทาง Nishigamoshako-mae) ใช้เวลาประมาณ 38 นาที ลงที่ป้าย Kamigamomisonobashi จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที
- นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ลงที่สถานี Kitaoji จากนั้นต่อรถบัสสาย 4 หรือ 46 ใช้เวลาประมาณ 14 นาที ลงที่ป้ายปลายทาง Kamigamojinja-mae จากนั้นเดินต่อประมาณ 2 นาที

14. ถนนสายปรัชญา (The Philosopher's Walk)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ศูนย์สนับสนุนข้อมูลเมืองเกียวโต
ทางเดินริมคลองส่งน้ำบิวะ (Biwakososui) ที่นักปรัชญาชื่อดังชื่นชอบมาเดินพักผ่อนจนได้รับชื่อเรียกว่าถนนสายปรัชญา (The Philosopher's Walk) และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "100 ถนนชื่อดังแห่งญี่ปุ่น"

ตลอดถนนความยาว 2 กิโลเมตรสายนี้มีต้นซากุระปลูกอยู่ประมาณ 500 ต้น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระบนสองฝั่งคลองจะผลิบานเต็มที่ ยามเดินเล่นบนทางเดินจะรู้สึกราวกับกำลังเดินผ่านอุโมงค์ต้นซากุระเลยทีเดียว

วิธีเดินทาง
จากหน้าสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 100 (ปลายทาง Ginkaku-ji) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ลงที่ป้าย Ginkakuji-mae  จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที

15. แม่น้ำคาโมะ (Kamo River)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ศูนย์สนับสนุนข้อมูลเมืองเกียวโต
ตั้งแต่สะพานโอฮาชิ (Ohashi Bridge) จนถึงสะพานชิโจโอฮาชิ (Shijo Ohashi Bridge) จะมีต้นซากุระหลากพันธุ์เช่น เบนิชิดาเระซากุระ (Benishidarezakura) และโซเมโยชิโนะ (Someiyoshino) ประมาณ 1,000 ต้นเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อดอกซากุระบานสะพรั่งจะกลายเป็นอุโมงค์ดอกซากุระให้เราเดินเล่นได้เลย

ริมทางเลียบแม่น้ำมีร้านค้าให้เลือกมากมาย สามารถนั่งรับประทานพร้อมชมซากุระสวยๆ ไปด้วยได้เลย

วิธีเดินทาง
รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Hankyu Kyoto ลงที่สถานี Kawaramachi ทางออก 1A หรือลงที่สถานี Kyoto Shiyakusho-mae
รถบัส จากหน้าสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 4 (ปลายทาง Kamigamojinja-mae) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ลงที่ป้าย Shijokawaramachi จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาท

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศช่วงชมซากุระในเกียวโต

อุณหภูมิเฉลี่ยของเกียวโตในช่วงชมซากุระระหว่างปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนจะอยู่ที่ 10 - 12 องศา

ที่ควรระวังคือความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนจะสูงมาก ในตอนกลางวันแค่สวมเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อโค้ทบางๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่เมื่อตกกลางคืนอุณหภูมิอาจลดต่ำลงไปถึงประมาณ 5 องศา จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อสเวตเตอร์หรือผ้าพันคอมาเพิ่ม นอกจากนี้ก็อาจจะซื้อไคโระ อุปกรณ์ช่วยให้ความอบอุ่นตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตมาเป็นตัวช่วยอีกแรงก็ได้

มารยาทในการชมซากุระ

ตามสวนสาธารณะสวนใหญ่ที่เปิดให้เข้าชมฟรีมักจะสามารถปูเสื่อจองที่ให้นั่งชมชมซากุระกันได้เป็นเรื่องปกติ แต่บางแห่งก็จะมีการกำหนดพื้นที่เฉพาะเป็นสัดส่วน หรือบางแห่งก็ไม่อนุญาตเลยก็มี จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเสมอ ลองมาอ่านคำแนะนำในการจองที่ได้จากบทความ "เตรียมปูเสื่อ! วิธีและมารยาทในการจองพื้นที่ชมซากุระ"

นอกจากนี้ก็ยังมีกฎระเบียบเรื่องการจัดการขยะหลังจากชมซากุระเสร็จแล้ว เช่นต้องนำกลับไปทิ้งหรือทิ้งในจุดที่กำหนดไว้ด้วย ลองอ่านคำแนะนำเรื่องการทิ้งขยะเมื่อไปชมซากุระได้ที่บทความ "อ๊ะ อ๊ะ ตาวิเศษเห็นนะ! วิธีทิ้งขยะให้ถูกต้องเมื่อไปชมซากุระ"

โรงแรมที่พักในฤดูชมซากุระของเกียวโต

เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชมซากุระในเกียวโตกันมากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่โรงแรมจะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวเกียวโตในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน ขอแนะนำให้รีบจองโรงแรมเอาไว้ล่วงหน้าโดยเร็วที่สุด หรืออาจเลือกพักที่โรงแรมในจังหวัดโอซาก้า โกเบ และนาราซึ่งเป็นจังหวัดข้างเคียง สามารถเดินทางมาเกียวโตได้อย่างสะดวกและยังจองง่ายกว่าด้วย

ชมซากุระในบรรยากาศเมืองเก่าที่เกียวโต

สำหรับหลายๆ คนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองหลวงสมัยใหม่อย่างโตเกียว มาเที่ยวชมบรรยากาศเมืองเก่าที่เกียวโตดูบ้าง ก็อยากให้ลองหาโอกาสมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่เพียงอากาศที่เย็นสบายเท่านั้น แต่ยังสามารถมาชมซากุระสวยๆ ท่ามกลางวัดวาอารามและอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นไว้อย่างอบอวล เชื่อว่าทุกคนจะต้องติดใจเมืองเก่าแห่งนี้อย่างแน่นอนค่ะ

* ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2018 ข้อมูลต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขอแนะนำให้ตรวจเช็คล่วงหน้าก่อนเสมอ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners