13 ที่เที่ยวยอดนิยม ไม่ควรพลาดถ้าได้มาเกียวโต (Kyoto)

13 ที่เที่ยวยอดนิยม ไม่ควรพลาดถ้าได้มาเกียวโต (Kyoto)

เกียวโต 2016.11.22

บทความแนะนำ 13 แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดใน “เกียวโต” เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เช่น วัดคินคาคุจิ วัดกินคาคุจิ วัดคิโยมิสึ วัดเรียวอันจิ และอาราชิยามะ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย ニコ

Pin LINE

“เกียวโต” เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 794 โดยเราจะได้สงบใจไปกับอาคารบ้านเรือนเก่าแก่และวัฒนธรรมดั้งเดิมภายในเมือง

ภายในเมืองอันแสนเงียบสงบและผ่อนคลายจิตใจให้กับผู้คนที่เดินทางมาเยือนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดและศาลเจ้ามากมายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก เช่น Tō-ji (วัดโทจิ) ที่โด่งดังเรื่องเจดีย์ห้าชั้น, Kinkaku-ji (วันคินคาคุจิ), Ginkaku-ji (วัดกินคาคุจิ), Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ), Kamo Shrine (ศาลเจ้าคาโมะ), Shimogamo Shrine (ศาลเจ้าชิโมะกาโมะ) รวมถึงสวนอันแสนงดงามน่าประทับใจที่ Ryōan-ji (วัดเรียวอันจิ) และ Tenryū-ji (วัดเท็นริวจิ) ด้วย

นอกจากนี้ เรายังจะได้เพลิดเพลินกับการเดินช้อปปิ้งที่ Nishiki Market (ตลาดนิโจ) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “ครัวแห่งเกียวโต” เพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาลของเกียวโตด้วย พร้อมพบกับเหล่าไมโกะตามทางเดินที่ถึงขนาดต้องเหลียวหลังกลับไปมองกันเลยทีเดียว ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ “เกียวโต” เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้กันค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

ไกด์นำเที่ยวเกียวโตตั้งแต่วิธีการเดินทางยันไฮไลท์แนะนำ
แผนเที่ยวเกียวโตแบบรวบรัดภายใน 2 วัน〜วัดคินคาคุจิ,ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ,วัดคิโยมิสึ,พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต ฯลฯ〜
10 แหล่งท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับจากเกียวโตได้สบายๆ
บทความของMATCHAที่คัดสรรมาเฉพาะ 6 ฉบับ หากจะไปเกียวโตแล้วควรศึกษาไว้

วิธีการเดินทางไปยังเกียวโตและคำแสดงที่อยู่ภายในเมือง

เนื่องจาก Kyoto Station เป็นสถานีจอดของชินคันเซ็น เราจึงสามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงเกียวโตได้โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ส่วนจากนาโงย่าประมาณ 50 นาที จาก Hakata Station (คิวชู) ประมาณ 3 ชั่วโมง และจากโอซาก้านั่ง JR Special Rapid Service ประมาณ 30 นาที

เนื่องจากเมืองเกียวโตมีโครงสร้างถนนเป็นแนวตรงไปทางฝั่งเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก ที่อยู่จึงเข้าใจง่ายมาก เพียงแค่จำเอาไว้ว่า “อาการุ” คือการเดินทางขึ้นเหนือ, “ซาการุ” คือการเดินทางลงใต้, “นิชิอิรุ” คือการเดินทางไปทางตะวันตก และ “ฮิกาชิอิรุ” คือการเดินทางไปทางตะวันออก เราก็จะสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่ยากเย็นแล้วล่ะค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังเกียวโตที่ดีที่สุด
จุดมุ่งหมายคือ สถานีเกียวโต?แถวใจกลางเมือง?วิธีเดินทางจากโอซาก้าไปเกียวโต
「ตึกสถานีเกียวโต」ประตูสู่การท่องเที่ยวเมืองเก่าแก่

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมในการเที่ยวเกียวโต

เนื่องจากเกียวโตมีลักษณะเป็นแอ่งล้อมรอบด้วยภูเขาสูง 3 ทิศ ในฤดูร้อนจึงมีอากาศร้อนอบอ้าว แต่ในฤดูหนาวก็หนาวจัดเอามากๆเช่นเดียวกัน

อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในฤดูร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 27 องศา ส่วนอุณหภูมิสูงสุดบางทีก็พุ่งสูงขึ้นไปถึง 38 องศาเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าภายในอาคารมักจะมีการติดตั้งแอร์เอาไว้อยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เดินทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ควรเตรียมหมวก ผ้าเช็ดหน้า และ พัด มาด้วยจะดีที่สุด ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18.5 องศา จึงควรใส่คาร์ดิแกนทับเสื้อแขนยาวบางๆหรือเสื้อแขนสั้นข้างในด้วย แต่ในฤดูใบไม้ร่วงที่ใกล้จะเข้าสู่หน้าหนาวควรใส่เสื้อสเวตเตอร์หรือเสื้อแจ็คเก็ตที่ดีที่สุด

อุณหภูมิในฤดูหนาวจะอยู่ที่ประมาณ 5 องศา โดยในเดือนมกราคมนั้นเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นมากที่สุด เพราะว่าอุณหภูมิต่ำสุดอาจลงไปถึง -2 องศาเลยทีเดียว ในฤดูกาลนี้จึงห้ามลืมพกอุปกรณ์กันหนาวอย่างดาวน์แจ็คเก็ตหรือเสื้อโค้ตอย่างหนา ถุงมือ และผ้าพันคอมาด้วยเด็ดขาด ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูใบไม้ผลิจะอยู่ที่ประมาณ 15 องศา จึงขอแนะนำให้ใส่เพียงคาร์ดิแกนหรือเสื้อยืดแขนยาวก็เพียงพอแล้ว

ข้อมูลการเดินทางภายในเกียวโต

ระบบขนส่งสาธารณะภายในเกียวโตประกอบด้วยรถบัสเมือง, รถบัสเกียวโต, รถไฟใต้ดิน และรถแท็กซี่ สำหรับใครที่วางแผนท่องเที่ยวเกียวโตขอแนะนำให้ใช้บริการ “รถบัสเมือง” จะสะดวกที่สุด เพราะว่ามีป้ายรถบัสตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวมากมายเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีรถไฟใต้ดินวิ่งผ่านด้วยนะเออ... เราจึงสามารถเลือกใช้บริการตามสถานที่ที่ต้องการไปได้อย่างสะดวกสบาย แถมบนถนนใหญ่ก็มักจะมีแท็กซี่วิ่งให้บริการด้วย

13 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในเกียวโต

Heian Shrine (ศาลเจ้าเฮอัน) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1895

“เกียวโต” เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว ในครั้งนี้เรามาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวคัดสรรพิเศษสำหรับชาว MATCHA กันดีกว่าค่ะ ^^

1. Tō-ji (วัดโทจิ) ・เจดีย์ห้าชั้น

Tō-ji (วัดโทจิ) เป็นวัดพุทธนิกายชินงอนซึ่งมีชื่อที่รู้จักอย่างเป็นทางการว่า “เคียวโอโกโคคุจิ” โดยสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 796 พระโคโบ ไดชิ (คูไค) ได้เข้ามาดำเนินการต่อเติมและพัฒนาวัดตามพระบัญชาของจักรพรรดิซากะ หอประชุมที่เป็นที่ประดิษฐานของพระไวโรจนพุทธะในรูปแบบมันดาลา 3 มิติเป็นอะไรที่สุดยอดมากค่ะ

2. Kinkaku-ji (วัดคินคาคุจิ) แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อในเกียวโต

Kinkaku-ji (วัดคินคาคุจิ) แห่งนี้มีชื่อทางการว่า “โรคุออนจิ” โดยตั้งอยู่ในคินุกาสะ เขตคิตะ จ.เกียวโต แต่เดิมแล้วสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นบ้านพักตากอากาศของโชกุนรุ่นที่ 3 “อาชิคางะ โยชิมิตสึ” ในปี 1397 “หอสามชั้น” ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่สักการะบูชาพระพุทธเจ้านั้นมีการปิดแผ่นทองคำภายในและนอก โดยความงดงามของสีทองระยิบระยับตรงข้ามบ่อน้ำดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวกันมากมาย

3. Ginkaku-ji (วัดกินคาคุจิ) สไตล์เรียบหรูแต่ดูดี

Ginkaku-ji (วัดกินคาคุจิ) แห่งนี้มีชื่อเรียกทางการว่า “จิโชจิ” แต่เดิมแล้วสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นบ้านพักตามชายเขาของโชกุน “อาชิคางะ โยชิมาสะ” โดยแสดงแก่นแท้ของวัฒนธรรมฮิกาชิยามะออกมาเป็นอย่างดีผ่านความละเอียดประณีตแบบเรียบง่ายตรงข้ามกับความโดดเด่นของวัดคินคาคุจิ

4. Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ) ที่สามารถชมวิวเมืองเกียวโตได้จากบนจุดชมวิว

Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ) เป็นวัดชั้นนำที่มีประวัติความเป็นมายาวนานของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 778 โดยมีไฮไลท์อยู่ที่จุดชมวิวที่สร้างด้วยไม้เรียกว่า “จิโกกุโดเมะ” ซึ่งสามารถชมวิวเมืองเกียวโตอันแสนงดงามได้นี่แหละ ภายในวัดเป็นที่ตั้งของน้ำพุ “โอโตวะโนะทาคิ” โดยผู้คนเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องช่วยให้ประสบความสำเร็จด้านการเรียน ความรัก และอายุยืนยาว

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

หากได้มาเกียวโตแล้วละก็ ควรจะไปเยือน「วัดคิโยะมิซุ แห่งภูเขาโอโทะวะ」
ขอพร 7 ด้านที่「ศาลเจ้าจิชุ」ในวัดคิโยมิสึ จ.เกียวโต

5. Kitano Tenmangū (ศาลเจ้าคิตาโนะเท็มมังงู) ที่สถิตย์ของเทพเจ้าแห่งการศึกษา

Kitano Tenmangū (ศาลเจ้าคิตาโนะเท็มมังงู) แห่งนี้เป็นสาขาหลักของศาลเจ้าเท็มมังงูทั่วญี่ปุ่นกว่า 12,000 แห่งซึ่งสักการะบูชา “สุกาวาระโนะมิจิซาเนะโค” เทพเจ้าแห่งการศึกษา ที่นี่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 947 ตั้งอยู่ในเขตคามิเกียว เมืองเกียวโต โดยมีนักเรียน-นักศึกษาแวะเวียนมาสักการะกันเป็นจำนวนมาก

ที่นี่โด่งดังเรื่องสวนบ๊วย ในช่วงที่เปิดให้บริการเราสามารถจิบชาพลางชมดอกบ๊วยได้ด้วยนะเออ... โดยภายในวัดจะมีรูปปั้นวัวซึ่งเกี่ยวข้องกับมิจิซาเนะโคตั้งเอาไว้ตามจุดต่างๆ ผู้คนเชื่อกันว่าถ้าลูบจะทำให้ได้โชคลาภ แถมในวันที่ 25 ของทุกเดือนจะมีการจัดงานวัดขึ้นอีกต่างหาก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

เดินเที่ยวเกียวโต...ขอพรเทพเจ้าแห่งการศึกษา ที่ศาลเจ้า「Kitanotenmangu」

6. Eikan-dō (วัดเอคันโด) พระประธานสุดแปลกน่าประทับใจและใบไม้เปลี่ยนแสนงดงาม

永観堂

Picture courtesy of Eikan-dō

Eikan-dō (วัดเอคันโด) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เซ็นรินจิ” ตั้งอยู่ในเอคันโดโจ เขตซาเคียว โดยสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 863 ที่นี่เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึงขนาดปรากฏอยู่ใน Kokin Wakashū หนังสือรวมบทกลอนญี่ปุ่นในอดีตเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูใบไม้ร่วงนั้นมีความงดงามมาก แถมในตอนกลางคืนก็ยังมีการไลท์อัพด้วยนะเออ... ส่วนพระประธานคือ “พระอมิตาภพุทธะปางยืน” ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลกคือยืนหันหน้ามาทางผู้ที่มากราบไหว้สักการะเหมือนต้องการพูดคุยด้วย

7. Tōfuku-ji (วัดโทฟุกุจิ) แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีอันแสนงดงามถึงขนาดบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

東福寺

Picture courtesy of Tōfuku-ji

Tōfuku-ji (วัดโทฟุกุจิ) เป็นการัน (สถานที่อันแสนเงียบสงบซึ่งมีพระปฏิบัติธรรมอาศัยอยู่รวมกัน) ที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโตที่สร้างขึ้นในปี 1255 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 19 ปี ใบไม้เปลี่ยนสีที่สามารถชมได้จากบนสะพานซือเท็นบาชินั้นเป็นทัศนียภาพอันงดงามจนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังโด่งดังเรื่อง “สวน” ด้วย เราสามารถนั่งแท็กซี่มาจากสถานีเกียวโตได้โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

8. Arashiyama (อาราชิยามะ) แหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพอันแสนงดงามและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของชาติ

Arashiyama (อาราชิยามะ) เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเกียวโตที่เต็มไปด้วยไฮไลท์มากมาย โดยเฉพาะเป็นแหล่งชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีอันแสนงดงาม บริเวณโดยรอบสะพานโทเก็ตสึเคียวนั้นเป็นที่ตั้งของ Tenryū-ji (วัดเท็นริวจิ), Nonomiya Shrine (วัดโนโนมิยะ) แห่งความสัมพันธ์, Seiryō-ji (วัดเซเรียวจิ), Matsuo-taisha (วัดมัตสึโอะไทฉะ) และ Hōrin-ji (วัดโฮรินจิ) ป่าไผ่นั้นมีบรรยากาศดีและกว้างใหญ่มากถึงขนาดเดินทั้งวันก็ไม่หมด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

「7 แอเรียชมใบไม้แดงในเกียวโตที่ต้องไปให้ได้」คนท้องถิ่นที่เกียวโตเขาฝากมาบอก

9. Tenryū-ji (วัดเท็นริวจิ) ห้ามพลาดสวน + ภาพลายมังกร

Tenryū-ji (วัดเท็นริวจิ) ในอาราชิยามะเป็นวัดเซ็นนิกายรินไซที่สร้างขึ้นโดย “อาชิคางะ ทาคาอุจิ” ในปี 1339 “สวนโซเก็นจิ” ที่สร้างขึ้นโดยพระเซ็น “มุโซ โซเซกิ” นั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งแรกของญี่ปุ่นและแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามอีกด้วย ภาพมังกรที่วาดบนเพดานหอประชุมของวัดนั้นไม่ว่าจะดูจากทางไหนก็ดูเหมือนกำลังโดนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว บอกเลยว่าดูขลังทรงพลังมากค่ะ ^^

10. Kōryū-ji (วัดโคริวจิ) พระศรีอริยเมตไตรยในท่าทางทรงเสน่ห์

Kōryū-ji (วัดโคริวจิ) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ. 603 โดยมีพระประธานเป็น “เจ้าชายโชโตกุ” พระศรีอริยเมตไตรยปางนั่งบนแท่นประทับห้อยขาซ้ายและพาดเท้าขวาเอาไว้บนขาซ้ายที่สร้างด้วยไม้นั้นเป็นสมบัติของชาติอันดับ 1 เลยทีเดียว โดยมีสีหน้าอมยิ้มอ่อนๆดูมีเสน่ห์มาก

ส่วนบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของ “Toei Kyoto Studio Park” สวนสนุกสำหรับถ่ายหนังย้อนยุค ยังไงก็อย่าลืมแวะไปชมกันให้ได้นะคะ

11. Nijō Castle (ปราสาทนิโจ) ที่มีความเกี่ยวข้องต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง

Nijō Castle (ปราสาทนิโจ) เป็นปราสาทบนที่ราบที่สร้างขึ้นในปี 1603 โดยเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ “ไทเซโฮคัง” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว คูรอบนอกปราสาทภายในเมืองเป็นอะไรที่โดดเด่นสะดุดตาอย่างมาก เราสามารถสัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่าในการเดินเที่ยวปราสาทญี่ปุ่นได้จริงๆเลยล่ะค่ะ

12. Fushimi Inari-taisha (ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ) ที่ช่วยให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง + เสาโทริอิสีแดงสด 1 พันต้น

Fushimi Inari-taisha (ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ) เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริกว่า 30,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยเป็นสถานที่สักการะบูชาเทพเจ้าแห่งการค้าขายรุ่งเรืองและพืชผลอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่ปีค.ศ. 711

โดยเฉพาะ “เสาโทริอิ 1 พันต้น” นับเป็นไฮไลท์สำคัญที่ดึงดูดผู้คนมากมายมาท่องเที่ยวเลยทีเดียว

13. Ryōan-ji (วัดเรียวอันจิ) ขึ้นชื่อเรื่องสวนหินญี่ปุ่น

Ryōan-ji (วัดเรียวอันจิ) โด่งดังเรื่องสวนหินญี่ปุ่น คาเรซันซุย สวนหินแห่งนี้ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง หินเล็ก-ใหญ่ภายในสวนกว่า 15 ก้อนตั้งเอาไว้ในตำแหน่งที่ไม่ว่าชมจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด โดยแฝงปริศนาธรรมบางอย่างเอาไว้ด้วย บางทีอาจเป็นเหตุผลที่มีผู้คนเดินทางมาชมกันมากมายก็ได้นะ... นอกจากสวนหินแล้วก็ยังมี “บ่อน้ำเคียวโยจิ” ที่สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของดอกหญ้าทั้ง 4 ฤดูกาลได้ด้วย

มีเกียวโตในกระเป๋าตังด้วย!?

เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่ามีเกียวโตซุกซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นด้วยนะ

นั่นก็คือ “เหรียญ 10 เยน” นั่นเอง โดยด้านหลังของเหรียญสลักเป็นภาพ Byōdō-in (วัดเบียวโดอิน) ในอุจิ นอกจากนี้ ด้านหลังของแบงค์ 1 หมื่นเยนก็มีภาพวัดเบียวโดอินอยู่ตรงด้านซ้ายด้วย
ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเกียวโตอยู่ใกล้ตัวเรามากขนาดนี้! 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

ไกด์นำเที่ยวเกียวโตตั้งแต่วิธีการเดินทางยันไฮไลท์แนะนำ
แผนเที่ยวเกียวโตแบบรวบรัดภายใน 2 วัน〜วัดคินคาคุจิ,ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ,วัดคิโยมิสึ,พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต ฯลฯ〜
10 แหล่งท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับจากเกียวโตได้สบายๆ
บทความของMATCHAที่คัดสรรมาเฉพาะ 6 ฉบับ หากจะไปเกียวโตแล้วควรศึกษาไว้
แหล่งช้อปปิ้งในเกียวโตสำหรับหาซื้อของฝากสไตล์ญี่ปุ่น
7 ของฝากจากเกียวโต รวมพลขนมญี่ปุ่นที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners